จากกระแสข่าว “ม็อบกบฏ กปปส.” ที่นำโดย “สุเทพ เทือกสุบรรณ” อาจจะได้รับการสนับสนุนอาวุธและกระสุน จาก “ร้านค้าอาวุธปืน” ที่เคยได้รับผลประโยชน์จาก “นโยบายออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน” สมัย “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” (2551-2554) ตาม “คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 289/2552 เรื่อง การออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืนร้านประกอบ ซ่อมแซมเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนและกำหนดจำนวนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับ การค้า ลงวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552
ซึ่งเป็นการวางระเบียบการจำกัดจำนวนร้านค้าอาวุธปืน โดยได้กำหนดให้การเพิ่มร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน ให้ขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อนออกใบอนุญาตนั้น
ทีมงานพระนครสาส์น ได้ทำการตรวจสอบพบว่า “เว็บไซด์มติชนออนไลน์” ได้เผยแพร่คำตอบกระทู้ ในสภาผู้แทนราษฎร ของ “นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกี่ยวกับกรณีการมีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 289/2552 เอาไว้  ในเรื่อง “ถามจริง ประเทศนี้ มีปืนกี่กระบอก ? 485 ใบอนุญาตค้าอาวุธ ขายปีละล้านกระบอก กระสุนอีก 3 ล้านนัด/ปี” เมื่อ วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2554
( http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1302847302&grpid=01&catid=no)

เนื้อหาโดยสรุป ว่า “นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบกระทู้นายวัชระ เพชรทอง ส.ส. ประชาธิปัตย์ ใน 5 คำถาม คือ
1. ปัจจุบัน (เมษายน 2554) กระทรวงมหาดไทยได้มีการติดตามการจำหน่ายกระสุนปืนอย่างไร

ตอบ : กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งที่ ๒๘๙/๒๕๕๒ เรื่อง การออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืนร้านประกอบ ซ่อมแซมเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนและกำหนดจำนวนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับ การค้า ลงวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อวางระเบียบการจำกัดจำนวนร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนและจำกัดจำนวนอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน โดยได้กำหนดให้ร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนแต่ละใบอนุญาตจำหน่าย
อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนตามที่กำหนดไว้ดังนี้
๑. อาวุธปืนยาวทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ ๕๐ กระบอก
๒. อาวุธปืนสั้นทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ ๓๐ กระบอก
๓. เครื่องกระสุนปืน แยกเป็น
- กระสุนปืนลูกโดดทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ ๒,๐๐๐ นัด
- กระสุนปืนลูกซองทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ ๗,๕๐๐ นัด
- กระสุนปืนลูกกรดทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ ๑๐,๐๐๐ นัด
- กระสุนปืนอัดลมทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ ๓๐,๐๐๐ นัด

ในการติดตามการจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนนอกจากการกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ร้านค้าจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนต่อใบอนุญาตได้ตามจำนวนดังกล่าวข้างต้นแล้ว ร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจะต้องรายงานยอดอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่คงอยู่และที่จำหน่ายไปให้นายทะเบียน ท้องที่ทราบทุกเดือนตามแบบ ป.๘ (แบบบัญชีสำหรับลงรายการยอดอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนของผู้รับใบอนุญาต) รวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะทำงานตรวจติดตามการจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่อง กระสุนปืน ไปดำเนินการตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน

นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการจัดทำโครงการฐานข้อมูลทะเบียนอาวุธปืนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-service) ซึ่งระบบดังกล่าว สามารถตรวจสอบข้อมูลติดตามการจำหน่ายกระสุนปืนได้อย่างเป็นระบบทั่วประเทศ
2. ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๓ ร้านจำหน่ายกระสุนปืนได้แจ้งจำนวนการจำหน่ายกระสุนปืนแต่ละประเภทเป็นจำนวนเท่าใด

ตอบ : ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ – ๒๕๕๓ ร้านจำหน่ายกระสุนปืนได้แจ้งจำนวนการจำหน่ายกระสุนปืน แต่ละประเภทดังนี้
- กระสุนปืนลูกโดด จำนวน ๒๔๐,๐๐๐ นัด
- กระสุนปืนลูกซอง จำนวน ๑,๐๖๗,๖๖๔ นัด
- กระสุนปืนลูกกรด จำนวน ๓๙๖,๐๐๐ นัด
- กระสุนปืนอัดลม จำนวน ๑,๒๖๐,๐๐๐ นัด

ปllllll
3. กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายใช้บาร์โค้ตกำกับการซื้อกระสุนปืนเพื่อป้องกันอาชญากรรมหรือไม่ อย่างไร

ตอบ : กระทรวงมหาดไทย ไม่มีนโยบายใช้บาร์โค้ตกำกับการซื้อกระสุนปืนแต่มีโครงการจัดเก็บข้อมูล หัวกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืน เพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลประวัติอาวุธปืนที่นายทะเบียนได้ออกใบอนุญาตให้ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียม อาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ โดยการนำอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตไปทำการยิงเก็บหัวกระสุนปืนและปลอก
กระสุนปืน

จากนั้นนำไปบันทึกข้อมูลด้วยเครื่องตรวจหัวกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนอัตโนมัติ IBIS (Integrated Ballistic Identification System) สำหรับใช้ในการตรวจสอบประวัติการกระทำผิด เพื่อเป็นการสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนและการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสอดคล้องกับภารกิจของกระทรวงมหาดไทยในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน

4. ขอทราบสถิติร้านจำหน่ายปืนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔ ถึงปัจจุบัน (เมษายน 2554) ว่ามีจำนวนเท่าใด มีการอนุมัติเพิ่มมากขึ้นปีละกี่ร้านมีหลักเกณฑ์อย่างไร

ตอบ : กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งที่ ๑๐๙/๒๕๓๕ เรื่อง การออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน ร้านประกอบ ซ่อมแซมเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนและกำหนดจำนวนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับ การค้า ลงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยจำกัดการเพิ่มร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนมิให้เพิ่มจำนวนขึ้น และหากเห็นสมควรให้ลด
จำนวนลงได้

ก่อนที่จะมีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๑๐๙/๒๕๓๕ จำกัดการขออนุญาตตั้งร้านค้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนนั้น มีจำนวนร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาต จำนวน ๓๓๕ ใบอนุญาต และ หลังจากที่มีการออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ ๒๘๙/๒๕๕๒ ลงวันที่ ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๒ สามารถขอใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนได้ มีจำนวนร้านค้าที่ขอออกใบอนุญาตเพิ่มขึ้น จำนวน ๑๕๐ ใบอนุญาต รวมถึงปัจจุบัน (เมษายน 2554) มีร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาต จำนวนทั้งสิ้น ๔๘๕ ใบอนุญาต แยกเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน ๓๖๗ ใบอนุญาต ในจังหวัดอื่น จำนวน ๑๑๘ ใบอนุญาต

5. ขอทราบรายละเอียดของอาวุธปืนทั่วประเทศทั้งหมดที่อนุญาตให้บุคคลครอบครองมีกี่ชนิดกี่ประเภท เป็นจำนวนเท่าใด ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔ ถึงปัจจุบัน (เมษายน 2554) และมีการอนุมัติให้นำเข้าอาวุธปืนจากพ.ศ. ๒๕๕๐ ถึงปัจจุบัน (เมษายน 2554) กี่ชนิด จำนวนเท่าใด

ตอบ : ปัจจุบัน (เมษายน 2554) อาวุธปืนที่อนุญาตให้บุคคลครอบครองทั่วประเทศมี ๒ ประเภท คือ
อาวุธปืนสั้น จำนวน ๓,๖๗๕,๓๒๐ กระบอก
อาวุธปืนยาว จำนวน ๒,๔๕๐,๒๑๔ กระบอก
รวมจำนวน ๖,๑๒๕,๕๓๔ กระบอก

การ อนุมัติให้นำเข้าอาวุธปืนจาก พ.ศ. ๒๕๕๐ ถึงปัจจุบัน (เมษายน 2554) จำนวน ๒ ชนิด คืออาวุธปืนสั้น และอาวุธปืนยาว จำนวนทั้งสิ้นแยกเป็นรายปีดังนี้
ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ จำนวน ๖๑,๑๑๒ กระบอก แยกเป็น
- ปืนสั้น จำนวน ๔๘,๐๖๓ กระบอก
- ปืนยาว จำนวน ๑๓,๐๔๙ กระบอก
ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ จำนวน ๖๔,๗๙๘ กระบอก แยกเป็น
- ปืนสั้น จำนวน ๔๕,๘๒๖ กระบอก
- ปืนยาว จำนวน ๑๘,๙๗๒ กระบอก
ปี พ.ศ. ๒๕๕๒ จำนวน ๓๕,๕๘๙ กระบอก แยกเป็น
- ปืนสั้น จำนวน ๑๕,๙๓๓ กระบอก
- ปืนยาว จำนวน ๑๙,๖๕๖ กระบอก
ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ จำนวน ๘๐,๗๓๐ กระบอก แยกเป็น
- ปืนสั้น จำนวน ๖๕,๑๙๓ กระบอก
- ปืนยาว จำนวน ๑๕,๕๓๗ กระบอก

Related News

Share

About Author

mark