ปฏิบัติการ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ-ปิด กทม.” ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” หัวหน้าม็อบกบฏ กปปส. ได้ค่อยๆ เริ่มขึ้นแล้ว
โดย “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ได้นำ “ม็อบกบฏ” เดินไปตามถนนสายต่างๆในพื้นที่ กทม.ก่อนที่จะถึงวันนัดหมาย 13 ม.ค. 2557 แม้จะอ้างว่า เป็นการเดินเชิญชวนคนกรุงฯ ร่วม “ชัตดาวน์ กมท.” แต่จากพฤติการณ์ที่แสดงออกคือการ “สำรวจโลเคชั่น” ว่า จุดใด คือ “จุดยุทธศาสตร์” ที่สามารถ สร้างความเดือดร้อนให้กับ “กรุงเทพมหานคร” มากที่สุด
ตามเป้าหมายที่จะ “สร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย” เพียงเพื่อให้เกิด “เกิดสุญญากาศ” แล้วเปิดทางให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในแนวทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย !!!

แม้ “ปฏิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพฯ” จะถูก “ประมนต์ สุธีวงศ์” อดีตแคนดิเดตรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แนวร่วมด้านเศรษฐกิจ-ธุรกิจ ม็อบ กปปส.และ ปชป. พยายามบอกว่า “จะกระทบกับเศรษฐกิจไทยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
แต่ในข้อเท็จจริง กลับปรากฏว่า ได้เกิดผลกระทบมาแล้วมากมาย โดยในด้าน “เศรษฐกิจในภาพรวม” นั้นพบว่า ประเทศต่างๆ ทยอยลดเที่ยวบินมาประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
โดย นาย วรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน(บพ.) เปิดเผยว่า 3 สายการบินแจ้งลดเที่ยวบินอย่างเป็นทางการบ้างแล้ว
1.สายการบินสิงคโปร์ ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค. – 25 ก.พ. ปรับลดทั้งเที่ยวไป-กลับ 19 เที่ยวบิน
2.สายการบินคาร์เธย์แปซิฟิค บินไป-กลับวันละ 9 เที่ยวบิน ขอปรับลดไป-กลับวันละ 1 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 7-14 ม.ค. ยกเว้นวันที่ 9 ม.ค. รวมขอปรับลดไป-กลับ 7 เที่ยวบิน
3.ฮ่องกงแอร์ไลน์แจ้งลดเที่ยวบินตั้งแต่วันที่ 4-30 ม.ค. จากที่บินไป-กลับวันละ 5 เที่ยวบิน รวม 30 เที่ยวบิน
และมี รายงานข่าวแจ้งว่า ตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 6 ม.ค. ถึงเที่ยงคืนวันที่ 7 ม.ค. รับแจ้งจาก สายการบินขอยกเลิกเที่ยวบิน 60 เที่ยวที่จะบินมาประเทศไทย
ด้านการท่องเที่ยว นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ระบุว่า มองเห็นสัญญาณชะลอตัวจากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาว จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย อย่างชัดเจน เนื่องจากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง ที่จะปิดการจราจรสายหลักใน กทม. จึงคาดว่าในเดือนมกราคม 2557 นักท่องเที่ยวจะลดลงประมาณ 4 แสนคน จากที่คาดไว้ 2.5 ล้านคน ทำให้สูญเสียรายได้ประมาณ 18,000 ล้านบาท
โดยพื้นที่ที่รับผลกระทบจากเหตุการณ์การชุมนุมมากที่สุด คือ กรุงเทพฯ พัทยา และหัวหิน ชะอำ ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักๆของประเทศ
ซึ่งทั้งหมดได้ส่งผลต่อ “เศรษฐกิจในภาพรวม” มหาศาล โดยให้ “นายสมชัย สัจจพงษ์” ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า การชัตดาวน์ กทม. จะส่งสัญญาณไปทั่วโลกในทางลบทุกด้าน ทั้งการติดต่อการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว กระทบทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน ก็ไม่รู้ว่า จีดีพีจะลงไปอยู่จุดใด
เหล่านี้คือ ผลกระทบต่อ “เศรษฐกิจ” ระดับประเทศ ซึ่งจะมีผลในระยาว!!!
แต่ที่กระทบโดยตรงกับ “วิถีชีวิต” ของ “ผู้คนในสังคม” โดยเฉพาะ “คนเมืองกรุงฯ” แบบทันที-ทันใด ก็คือ ระบบขนส่งสาธารณะ
นาย สมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม ระบุว่า การชุมนุมปิดจุดต่างๆในพื้นที่ กทม.ของม็อบ กปปส. จะส่งผลกระทบต่อถนนสายต่างๆ รวม 151 เส้นทาง เช่น ถนนรัชดาภิเษก ถนนนลาดพร้าว และถนนพหลโยธิน , สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน 9 สถานี , สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส 13 สถานี , ท่าเรือ 14 แห่ง , รถไฟ 5 สถานี , ทางด่วน 1 เส้นทาง , รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ 2 สถานี
ซึ่งจะกระทบต่อประชาชนที่เดินทางใน กทม.ประมาณ 1 ล้านคน โดยเป็นผู้ที่โดยสารรถเมล์ 8.5 แสนคน
นอกจากนี้ โรงเรียน และมหาวิทยาลัย 149 แห่ง , โรงพยาบาล 21 แห่ง , สถานที่ราชการ และสถานีตำรวจ 85 แห่ง , อื่นๆ อีก 51 แห่ง เช่น การไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง และวัด , สถานทูต 12 แห่ง , 6.ศูนย์การค้า 88 แห่ง ก็ต้องได้รับผลกระทบไปด้วย

เมือก
นอกจากนี้ยิ่งเมื่อพิจารณาย้อนกลับไปดูการเคลื่อนไหวของม็อบ กปปส.เมื่อ 30 พฤศจิกายน ต่อเนื่อง 1 ธันวาคม 2556 ปรากฎว่า “ผลงานเด่นเป็นที่ประจักษ์” ก็คือ การบุก “อาคาร CAT TOWER” ซึ่งเป็น สำนักงาน กสท.โทรคมนาคม จำกัด ย่านบางรัก เพื่อทำลายระบบไฟหลักและระบบไฟสำรอง จนกระทั่งทำให้เกิดความเสียหายกับผู้ใช้บริการของ CAT เสียหายกว่า 91,680 รายและความเสียหายมูลค่ากว่า 300 ล้านบาท
รวมไปถึง กรณีม็อบ กปปส. บุก “อาคารศูนย์ข้อมูลของ TOT ที่ถนนแจ้งวัฒนะ” เพื่อตัดไฟและตัดระบบอินเตอร์เน็ต จนทำให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 750,000 รายใช้งานไม่ได้
โดย “สุเทพ เทือกสุบรรณ” หัวหน้าม็อบกบฏ กปปส. อธิบายเพียงว่าต้อง “ตัดระบบอินเตอร์เน็ต” เพื่อไม่ให้ “รัฐบาลสั่งราชการ” ได้
ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นก็คือ ได้ทำให้ “ระบบอินเตอร์เน็ต” และ “ระบบ ATM” ล่ม !!!

ล่าสุด เมื่อ 2 มกราคม 2557 “นางรุ่ง มัลลิกะมาส” โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีคำเตือนเอาไว้แล้วว่า ภาคเอกชน สถาบันการเงิน และภาคธุรกิจ จะมีการเตรียมความพร้อมระบบสำรองข้อมูลและระบบชำระเงินเอาไว้รองรับกรณีการชุมนุมม็อบ กปปส.ที่จะชัตดาวน์กรุงเทพฯ

ซึ่งสัญญาณการเตรียมการของ “สถาบันการเงินภาคเอกชน” ค่อนข้างชัดเจนว่า “ผลงานเด่นม็อบกบฏ” ซึ่งเคยทำให้ “ระบบ ATM ล่ม” เมื่อไม่นานมานี้เป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและกระทบต่อการ “เบิก-จ่ายเงิน” ของ “ประชาชน” ที่อยู่ในสถาบันการเงินต่างๆ
นี่ยังไม่รวมคำขู่ “ตัดน้ำ-ตัดไฟ” ที่บรรดา “แกนนำบนเวทีปราศรัยกันปาวๆ ทุกค่ำคืนอีก
ไม่อยากจะคิดเลยว่า หากถนนหลายสายได้รับผลกระทบ การเดินทางลำบาก การสื่อสารกลายเป็นเรื่องยากแสนยาก …เงินที่มีอยู่ในระบบธนาคาร อาจจะไม่สามารถเบิกออกมาไม่ได้ เพราะระบบ ATM อาจะมีปัญหา…หรือแม้ มีเงิน แต่การจะออกจากบ้านไปห้างสรรพสินค้า หรือซื้อหาของกินก็ต้องได้รับการอนุญาตจากม็อบ กปปส.ที่ประกาศตั้งด่านตรวจค้นทุกถนน ..จะขนส่งอาหารไปยังร้านค้าปลีกหรือร้านสะดวกซื้อต่างๆ กลับต้องกลายเป็นเรื่องลำบากยากเข็ญ
แล้ว…“กรุงเทพฯ” จะเป็นอย่างไร ???

Related News

Share

About Author

mark