สถานการณ์การปะทะของกลุ่มประชาชนกับกลุ่มผู้ชุมนุมม็อบกบฏ กปปส. กลายเป็นเรื่องใหญ่ ที่อาจจะส่งผลถึงความชอบธรรมของม็อบกบฎ กปปส. อย่างชัดเจน
เมื่อปรากฏภาพการ์ด กปปส.พร้อมอาวุธสงครามครบมือ ยิงถล่มทำร้ายประชาชนที่ผ่านไปผ่านมาบริเวณดังกล่าวในระหว่างเกิดเหตุปะทะ จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บทุกฝ่าย รวมแล้วกว่า “6 ราย”
โดย “การ์ด กปปส.” พร้อม “อาวุธสงคราม” ครบมือดังกล่าว ปรากฏกายขึ้นในสภาพของ “ชายชุดดำ”
…เป็น “ชายชุดดำ” ที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” แกนนำ “ม็อบกบฏ กปปส.” พร่ำพูดทุกค่ำคืนว่าเป็นกลุ่มคนร้ายที่คอยมาทำร้ายมวลชนกบฎ กปปส.!!
…เป็น “ชายชุดดำ” ที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” พร่ำพูดทุกค่ำคืนเพื่อใส่ร้ายป้ายสี “ฝ่ายตรงข้าม” และ “ตรึงมวลชน” ในการชุมนุมของกบฏ กปปส.
แต่ภายหลังเกิดเหตุการณ์ “ปะทะ” ที่บริเวณ “แยกหลักสี่” เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 …”ความจริง” ก็ปรากฏอย่างชัดเจนว่า “ชายชุดดำ” ดังกล่าวนั้น แท้ที่จริงแล้วก็ คือ “กลุ่มคนปะปนอยู่ภายในม็อบกบฏ กปปส.” โดยเฉพาะ “กลุ่มการ์ด กปปส.” ที่มี “อาวุธสงครามร้ายแรง” อยู่ในมือ
…สันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ…เป็นเพียง “ข้ออ้าง” ของการ “ก่ออาชญากรรม” กับคนไทยด้วยกัน !!!
น่าสังเกตเป็นอย่างยิ่งว่า ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ที่ปรากฏออกมา ว่า “กลุ่มการ์ด กปปส.” มีอาวุธนั้น จากการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธหลายแขนงยืนยันตรงกันว่า “การ์ด กปปส.” ดังกล่าวมีความ “เชี่ยวชาญในการใช้อาวุธสงคราม” เป็นอย่างดี และน่าจะได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี !!!
โดยเฉพาะ “คลิปวีดีโอ” ที่การ์ด กปปส. ใช้ “ถุงพลาสติกขนาดใหญ่” คลุมปืนเอาไว้แล้วใช้ยิงนั้น ได้สะท้อน “ความจริง” ว่านอกจากจะเป็นกลุ่มคนที่เชี่ยวชาญด้านการใช้อาวุธปืนแล้ว ยังเชี่ยวชาญด้าน “ยุทธวิธี” ในการสู้รบเป็นอย่างดี!!

ซึ่งสาเหตุที่ต้องใช้ “ถุงพลาสติกขนาดใหญ่” ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ต้องการปกปิดอาวุธปืนไว้ภายใน ระหว่างการก่อเหตุ เพื่อจะเป็นการ “อำพรางอาวุธสงครามร้ายแรง” พร้อมกับใช้สำหรับ “เก็บปลอกกระสุน” ไม่ให้ตกหล่นเอาไว้เป็นหลักฐานอีกด้วย
โดยเมื่อลูกปืนถูกยิงออกไป จะ “คัดปลอกกระสุน” ออกมาทาง “ช่องคัดปลอก” ซึ่งถ้าตกหล่นอยู่ในที่เกิดเหตุ ก็จะทำให้เจ้าหน้าที่มีหลักฐาน ในการสืบสวนหาที่มาที่ไปของ “กระสุนปืน” ดังกล่าว
แต่เมื่อปืนอยู่ภายใน “ถุงพลาสติกขนาดใหญ่” ก็เท่ากับ เก็บกวาด-ทำความสะอาด “ปลอกกระสุน” เรียบร้อย…ไร้หลักฐาน
นอกจากนี้หากสังเกตก็จะพบว่า “มือปืนการ์ด กปปส.” ที่ใช้ถุงพลาสติกปกปิด “อาวุธสงคราม” ดังกล่าว ไม่ได้ปฏิบัติการเพียงคนเดียว
แต่ระหว่างปฏิบัติการณ์ จะมี “บัดดี้” คอยติดตามระแวดระวังและ “ชี้เป้า” อยู่ด้านหลังให้ตลอดเวลา !!!
ซึ่งชัดเจนว่า ประชาชนคนทั่วไป ไม่มีทางที่จะ “ปฏิบัติการณ์” เช่นนี้ได้ …และจะต้องได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ทั้ง จังหวะ-เวลา-การเคลื่อนที่และโจมตี และ “คู่บัดดี้” เท่านั้น ที่จะทำเช่นนี้ได้ เนื่องจากต้อง “รู้ใจ” ราวกับเป็น “คนๆเดียวกัน” !!
โดยเฉพาะ “การสู้รบในระยะประชิด” อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557 บริเวณแยกหลักสี่จะต้องถูกวางแผนและปฏิบัติอย่างรัดกุมและระมัดระวัง
หน่วยรบที่จะต้องเข้าทำการปฏิบัติในภารกิจนั้นๆจะต้องได้รับการฝึก ทดสอบ ซักซ้อม จนชุดยิงทุกชุดสามารถปฏิบัติหน้าที่ประสานสอดคล้องกันได้ด้วยดี ตามหลักการพื้นฐานได้แก่ การปฏิบัติอย่างฉับพลัน + ความเร็ว + ความรุนแรง
รวมทั้ง “เก็บงาน” เรียบร้อย !!!
จึงไม่แปลกที่ “มือปืนการ์ด กปปส.” จะมี “คู่บัดดี้” ตามติดทางด้านหลังโดยตลอด
โดยมีรายงานข่าวว่า ปฏิบัติการณ์ม็อบกบฏ กปปส.ดังกล่าว ใช้ “กลุ่มคนมีฝีมือ” รวมแล้วกว่า “270 นาย”
ใช้อาวุธสงครามหลัก 3 ชนิด คือ ปืน CAR-15 , ปืน CQBR และ ปืน RO635 นอกจากนี้ยังมี “ปืนพก” อีกจำนวนหนึ่ง
โดยมีการ “จัดทีม” อย่างเป็นระบบ มีทั้ง “ทีมการ์ด” ซึ่งเป็น “ทีม 1″ และ “ทีมสนับสนุน” ส่งกำลังบำรุง…ชัดเจน

ดังนั้นจึงเป็นไปได้ว่า “กองกำลังกบฏ กปปส.” มีโอกาสที่ออกมาจาก “ค่าย” มากกว่า ที่จะขนกันมาจาก “ใต้” แน่ๆ
โดยเรื่องนี้ ผู้ที่จะ “พูดความจริง” ได้อย่างชัดเจนคงมีไม่กี่คน ???
...สุเทพ เทือกสุบรรณ หัวหน้าม็อบกบฏ กปปส. ในฐานะ “หัวหน้ากบฏ-หัวหน้าการ์ด”
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ปรากฎตัวในม็อบกบฎ กปปส.บ่อยครั้ง ในฐานะ “อดีตผู้บังคับบัญชาระดับสูง” ในหน่วยงานด้านความมั่นคงระดับชาติ
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในฐานะ “ผู้เชี่ยวชาญในงานด้านความมั่นคงและงานมวลชน” มากที่สุดคนหนึ่งของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

แต่ถ้า “2-3คนข้างต้น” ให้ “คำตอบ” ที่ชัดเจนไม่ได้…ก็อาจจะต้องไหว้วาน “บางหน่วยงาน” ที่เชี่ยวชาญ “อาวุธ-ยุทธวิธีและการสงคราม” มาช่วย “ม็อบ กปปส.” ไขคำตอบ…ก็น่าจะดี ????

 สไนเป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง:   “อัศวิน-หูดำ” 2ตำรวจระบอบสุเทพ กระฉ่อนฉาว เบื้องหน้า-เบื้องหลัง-เคียงข้าง “ม็อบกบฏ” !!!

Related News

Share

About Author

mark