“ม็อบกบฏ กปปส.” ได้ฤกษ์ยุบ 2 เวทีสำคัญ คือ “เวทีห้าแยกลาดพร้าว” และ “เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” ทันทีภายหลังผ่านพ้นการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธุ์ 2557 เหตุผลหนึ่งที่ “แกนนำม็อบกบฏ กปปส.” พยายามอธิบายก็คือ การรักษาความปลอดภัย โดยอ้างเรื่องเวทีห้าแยกลาดพร้าวและเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มักเกิดเหตุรุนแรงมากที่สุด รวมทั้งข้ออ้าง “สำนึก” ในความไม่สะดวกของคนกรุงฯ ภายหลังชุมนุมปิดถนนสำคัญมาร่วมเดือน!!
แต่เหตุผลที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” หัวหน้ากบฏ กปปส.และแกนนำม็อบ ไม่ได้อธิบายกับ มวลมหาสาวกประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ชุมนุมสุมหัวอยู่ก็คือ “ค่าใช้จ่าย” กว่า 2 ล้านบาท/วัน/เวที ส่งผลให้ม็อบ กปปส. ออกอาการ “แผ่ว” อย่างหนัก จึงจำเป็นจะต้อง “ลดค่าใช้จ่าย” !!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 มีประชาชนจำนวนมากไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ได้แสดงความจำนงค์ที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แม้จะโดน “ม็อบกบฏ กปปส.” ขัดขวางทุกวิถีทาง โดยมีความพยายามที่จะแสดงพลังกดดันให้มีการจัดการเลือกตั้ง รวมไปถึงประชาชนที่ไป “แจ้งความ-ลงบันทึกประจำวัน” เนื่องจากถูกขัดขวางการไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แม้กระทั่งพื้นที่ภาคใต้…ทำให้ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และแกนนำม็อบกบฏ กปปส. จะต้องประเมินสถานการณ์การชุมนุมใหม่ทั้งหมด
จากเดิมที่ประเมินว่า “ผลการเลือกตั้ง” จะเป็นใจ ให้ “ฝ่ายกบฏ กปปส.” ได้รับชัยชนะในเร็ววัน
กลับกลายเป็นว่า “พลัง” ของประชาชน ที่ต้องการใช้สิทธิเลือกตั้ง กลายเป็น “อุปสรรค” ต่อการเคลื่อนไหวในก้าวต่อไปของ “ม็อบ” อย่างชัดเจน
ดังนั้นเมื่อ “ชัยชนะ” ยังไม่สามารถ “นับหนึ่ง” ได้… “วัน-เวลา” การต่อสู้ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และ “ม็อบกบฏ กปปส.” จึงต้องยืดออกไปแบบไม่มีกำหนด
เช่นเดียวกัน ภาระ “ค่าใช้จ่าย” ที่ทำงบประมาณกันเอาไว้ ก็ต้อง “บานปลาย” และนำมาซึ่งปฏิบัติการณ์ “รัดเข็มขัดม็อบ” กันอย่างสุดๆ เช่นกัน 
แม้ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และเหล่าแกนนำม็อบ จะพยายามสร้างภาพให้เห็นว่า “ทุนม็อบ-ท่อน้ำเลี้ยงกบฎ” นั้นไม่มีวันหมด แถมประชาชนจำนวนหนึ่ง ร่วมบริจาคเงินให้กับการเคลื่อนไหวของม็อบตลอดเวลา … แต่ปฏิเสธได้ยากว่า เมื่อหักลบกลบหนี้ กับที่ต้องจ่ายออกไปทุกวัน รวมวันละนับ 10 ล้านบาทนั้น ย่อมไม่มีทางที่จะเพียงพอในระยะยาวอย่างแน่นอน
ซ้ำร้าย เมื่อ “ทุน” ต่างๆ ที่ควักจ่ายให้กับ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และกบฏ กปปส. เริ่มแสดงอาการเอือมระอา เพราะ “คำมั่น” ที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และ “เครือข่าย” ได้ให้เอาไว้ว่า “ชนะแน่” ถูก “เลื่อนออกไป” ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง
นับจนถึงวันนี้ 5 กุมภาพันธ์ 2557 กินระยะเวลารวมแล้วเกือบ 100 วันเต็ม !!!
“ทุนรอน” ที่ควักจ่ายให้ไป ยังไม่มีแววว่าจะสามารถ “คืนทุน” มาได้
“กระสุนดินดำ” ที่หล่อเลี้ยง “ม็อบกบฏ กปปส.” นับวันยิ่งจะหายไปตามจำนวนวันและเวลา
ทำให้ “กลุ่มทุน” ต่างๆ ที่ควักจ่ายให้ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และ “เครือข่าย ปชป.” เริ่มหายหน้าหายตาไป !!!
“กลุ่มทุน” กลุ่มเดียว ในเครือข่ายของ “พรรค ปชป.” ที่ยังคงเหลืออยู่ และเป็น “ทุน” ที่มี “งบประมาณ” เป็นกอบเป็นกำ แหล่งสุดท้าย ถูกจับตามองไปที่  “กรุงเทพมหานคร” ซึ่งมี “สุขุมพันธุ์ บริพัตร” เป็น “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” อยู่
จากการตรวจสอบพบว่า “กรุงเทพมหานคร” โดย “ผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ บริพัตร” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ วางงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ของ กทม.จำนวน 65,000,000,000 บาท (หกหมื่นห้าพันล้านบาท) ซึ่งบังคับใช้เมื่อ 1 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา โดยมีการแบ่งสัดส่วนไปยัง หน่วยงาน-สำนักต่างๆ ของ กทม. รวมทั้งสำนักงานเขตต่างๆด้วย
นอกจากนี้ยังมี “งบกลาง” ที่ “กทม.” สามารถหยิบจับนำมาใช้ได้อีกจำนวนกว่า 8,078 ล้านบาท
ซึ่ง “กทม.” สามารถเบิกจ่ายออกมาได้ตลอดเวลา !!!
โดยเฉพาะ ในขณะนี้ที่ “ทุนรอน” ของ “ม็อบกบฏ กปปส.” ที่นำโดย “แกนนำ พรรค ปชป.” คนสำคัญ และ “สมาชิกพรรค ปชป.” กำลังอยู่ในภาวะ ยากลำบาก
ยิ่งภายใน “ศาลาว่าการ กทม.” ที่บริหารโดยทีมงาน “พรรค ปชป.” พรรคเดียวยกชุด…เบ็ดเสร็จ…ไม่มีพรรคร่วม…ไร้กลุ่มการเมืองอื่นเข้ามาคานอำนาจภายใน..และแทบจะเรียกว่า ไม่มีใครเคยได้ยิน “การตรวจสอบภายในกันเอง” ของ “ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร” เลยด้วยซ้ำ
ตั้งแต่ “ผู้ว่า กทม.” ที่มี “สุขุมพันธุ์ บริพัตร” รองหัวหน้าพรรค ปชป. เข้ามาครองอำนาจ
“รองผู้ว่า กทม.” อาทิ “จุมพล สำเภาพล” และ “อมร กิจเชวงกูล” นั้นอยู่ในโควตาของ “สุขุมพันธุ์ บริพัตร” เองทั้งหมด ส่วน “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ก็ชัดเจนว่า ปรากฏตัวร่วมอยู่ในม็อบกบฏ กปปส.บ่อยครั้ง รวมไปถึง “ผุสดี ตามไท” ก็เป็นอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรค ปชป.

หยอย1
สำหรับตำแหน่ง “เลขานุการผู้ว่า กทม.” และ “ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่า กทม.” นั้น “สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ได้กระจายให้กับบุคคลใกล้ชิดและทายาทนักการเมืองระดับแกนนำพรรค ปชป.และทั้งหมด โดยในรายของ “อนุสรี ทับสุวรรณ” นี่ก็ “ญาติแท้ๆ” ของ “ครรชิต ทับสุวรรณ” ส.ส.ปชป.ที่ติดคดี สังหารนายอุดร ไกรวัตนุสสรณ์ นายก อบจ.สมุทรสาคร ส่วนตำแหน่ง “ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่า กทม.” ในรายของ “ยุทธพันธุ์ มีชัย” ก็ถือเป็นลูกน้องคนสนิทของ “ไกรศักดิ์ ชุณหะวัน” อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป. ที่ขึ้นเวทีปราศรัยม็อบ กปปส. แทบจะทุกค่ำคืน  

อีกราย “ณัฐนันท์ กัลยาศิริ” ก็เป็นบุตรของ “วิรัตน์ กัลยาศิริ” หัวหน้าทีมกฎหมาย พรรค ปชป.ที่เป็นตัวหลักในการเคลื่อนไหว “ล้มการเลือกตั้ง” ร่วมกับ “องค์กรอิสระ” ทั้งหลาย สำหรับ “เบญจทราย กียปัจจ์” ก็เป็นภรรยาของ “รังสรรค์ กียปัจจ์” อดีตผู้สมัคร สก.เขตหลักสี่ พรรค ปชป. พื้นที่อิทธิพลของ “เสือเหลืองพุทธอิสระ” รวมไปถึง “วราพร ตระกูลชีวพานิตต์” ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่า กทม.อีกคน ก็เป็นอดีตผู้สมัคร สก.สอบตก พรรค ปชป.
ในส่วนของ “ที่ปรึกษาผู้ว่า กทม.” นั้นก็พรึ่บไปด้วย แกนนำ ปชป.และแนวร่วมม็อบกบฏ กปปส. โดย “วิชัย สังข์ประไพ” นั้นในอดีตอาจจะเป็น รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ที่ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตจับกุมผู้กล่าวหา แล้วบีบบังคับให้ใช้หนี้เจ้าหนี้พนัน เมื่อเข้าสู่ร่มเงาของ ปชป.และปรากฎภาพ-ปรากฎตัว กับม็อบ กปปส.อย่างเต็มที่ด้วยเช่นเดียวกัน
รวมไปถึง “ก้องศักดิ์ ยอดมณี” บุตรชายนายสุวิทย์ ยอดมณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา รัฐบาลคมช. ของ “สุรยุทธ์ จุลานนท์” ที่ก้าวเข้ามามีอำนาจภายหลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ส่วน “สัญญา จันทรัตน์” ที่ปรึกษาผู้ว่า กทม.อีกคน ก็ชัดเจนในความใกล้ชิดกับ “ถาวร เสนเนียม” หัวขบวน กปปส. อย่างชัดเจน ถึงขั้นมีข่าว “โอนหุ้น” ให้ถือแทนกันมาแล้วในยุคที่ “ถาวร เสนเนียม” เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 

น่าสนใจอย่างยิ่ง สำหรับ “กทม.” ที่เป็น “องค์กร” หนึ่งเดียวในกำกับดูแลของ “พรรค ปชป.” ที่สนับสนุนแนวทางของ กบฎ กปปส.

น่าสนใจอย่างยิ่ง  โดยเฉพาะ “ท่าที” ของ “สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ที่เอื้อเฟื้อต่อทุกปฏิบัติการณ์ของ “ม็อบ”  ที่กำลัง “ทำลาย-ทำร้ายกรุงเทพฯ” ทุกคืน-ทุกวัน !!!

แปลงร่าง2

Related News

Share

About Author

mark