ผลงานของ “มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย” หรือที่เรียกกันย่อๆ สั้นๆ เป็นที่รู้กันว่า “พีเน็ต” ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ปี 2543 ในยุคที่ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” กรรมการการเลือกตั้ง ขณะดำรงตำแหน่ง “เลขานุการพีเน็ต” ไม่ได้มีเพียงแค่ “ปริศนา เงินงบประมาณ 7.6 ล้านบาท จากทั้งหมด 36 ล้านบาท ในโครงการตรวจสอบการเลือกตั้ง 4 สัญญา ซึ่งส่อว่าอาจจะล่องหนปริศนา เนื่องจาก รายงานบัญชีค่าใช้จ่ายต่อ กกต.ไม่ครบถ้วน” เท่านั้น

(คลิกอ่าน หึ่ง 7.6ล้านงบฯตรวจสอบเลือกตั้ง43 “องค์กรกลางฯ” ล่องหนปริศนา 4 สัญญารากงอก 15ปีส่อรายงาน กกต.ไม่ครบ กระทบมาด กกต.ใหญ่ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” อดีตเลขามูลนิธิฯ!!)

แต่ในช่วงปี 2543 ซึ่งมีการเลือกตั้ง ส.ว. ถึง 3 ครั้งหลายพื้นที่และหลายครั้ง เนื่องจาก กกต.ยังไม่สามารถรับรองผลการเลือกตั้งทั้งหมดพร้อมกันได้
จากข้อมูลพบว่า “กกต.” ยุคนั้น อนุมัติ “งบประมาณ” ให้กับ “องค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย” หรือ “พีเน็ต” ไปใช้ในกิจกรรมตรวจสอบการเลือกตั้ง ส.ว. 3 ครั้ง ตั้งแต่ 4 มีนาคม 2543 กรtทั่ง 4 มิถุนายน 2543 ทุกสัญญาไปทั้งหมดกว่า 85 ล้านบาท!!
ซึ่งปรากฏข้อมูลที่น่าสนใจ จากการให้สัมภาษณ์ของ “ร.ต.วิจิตร อยู่สุภาพ” เลขาธิการ กกต. ยุคนั้น ที่ได้ตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่า “ใช้งบประมาณไปกว่า 85 ล้านบาท แต่ข้อมูลที่ได้มาไม่คำนึงถึงคุณภาพ” อย่างชัดเจน!!!
โดย หนังสือพิมพ์ไทยรัฐรายวัน” ฉบับวันที่ 7 มิถุนายน 2543 ภายหลังการเลือกตั้ง ส.ว. รอบที่ 3 วันที่ 4 มิถุนายน 2543 ได้ “พาดหัวข่าวหน้า 1” ในฉบับวันนั้นว่า “กกต. ด่าพีเน็ต ละเลง 85 ล้าน รายงานทุจริต ส.ว. เยอะแต่ไร้คุณภาพ” พร้อมกับได้มีการกล่าวถึงอีกครั้งใน “พาดหัวรอง” ว่า “เลขาธิการ กกต.อัดยับองค์กรเอกชน หรือ พีเน็ต ใช้เงินตรวจสอบเลือกตั้งกว่า 85 ล้านบาท แต่ส่งรายงานมามีแต่ปริมาณ ไม่มีคุณภาพ แถมยังชอบสร้างความสับสนให้แก่ประชาชน”

โดยเนื้อข่าวระบุถึงการแถลงของ “ร.ต.วิจิตร อยู่สุภาพ” เลขาธิการ กกต.ที่อาคารศรีจุลทรัพย์ ในวันที่ 6 มิถุนายน 2543 สรุปผลการเลือกตั้ง ส.ว.รอบที่ 3 ใน 9 จังหวัด ซึ่งเมื่อสรุปผลการเลือกตั้ง ส.ว.จนเบ็ดเสร็จเรียบร้อย … ผู้สื่อข่าวก็สอบถาม เลขาธิการ กกต.ว่า องค์การเอกชน หรือพีเน็ตระบุว่า ได้รับแจ้งการทุจริตเลือกตั้งกว่า 200 ราย ใน 9 จังหวัด เลขาธิการ กกต. ตอบว่า “ข้อมูลที่พีเน็ต ได้มาเป็นข้อมูลดิบ ซึ่งฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กกต.ต้องนำมาพิจารณาว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าข้อมูลของพีเน็ตเน้นปริมาณมากกว่าคุณภาพ ซึ่งตัวเลขอาจจะมากกว่ารายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่พร้อมจะดำเนินคดีได้เลย ซึ่งการออกมาระบุเช่นนี้ สร้างความสับสนให้แก่ประชาชนมากกว่าจะเป็นข้อมูลให้ กกต. ซึ่ง กกต.คงต้องประเมินประสิทธิภาพในการทำงานของพีเน็ต เพราะในการเลือกตั้งทั้ง 3 ครั้ง ใช้งบประมาณไปกว่า 85 ล้านบาท แต่ข้อมูลที่ได้มาไม่คำนึงถึงคุณภาพ”

“สมชัย ศรีสุทธิยากร” เข้ารับตำแหน่ง “กรรมการองค์กรกลางการเลือกตั้ง” ในปี 2536 –2539
ในปี 2540-2545 ก็เข้าสู่การดำรงตำแหน่ง “กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย” … “พีเน็ต”
…“พีเน็ต” ที่ “ร.ต.วิจิตร อยู่สุภาพ” เลขานุการ กกต. พูดออกมา แล้วทำให้ “หนังสือไทยรัฐ” พาดหัวข่าว ได้ว่า “ละเลง 85 ล้าน รายงานทุจริต ส.ว.เยอะแต่ไร้คุณภาพ” !
… พีเน็ต ที่มี “สมชัย ศรีสุทธิยากร” เป็น “หัวเรือใหญ่” !!
แล้ว 13 ธันวาคม 2556 “สมชัย ศรีสุทธิยากร” ก็มาเป็น “กกต.” ด้านบริหารจัดการเลือกตั้ง บริหารงบประมาณมากกว่า 3,800 ล้านบาท !!!

สมชวย1

 

Related News

Share

About Author

mark