แม้ประชาธิปัตย์จะก่อตั้งมายาวนานกว่า 65ปีแต่มีนักการเมืองไม่กี่คนที่จะมีโอกาสขยับขึ้นมาเป็น “คีย์แมน” ในการคอนโทรลทิศทาง “พรรคเก่าแก่” แห่งนี้ได้ หากลองไล่นับกันดู จริงๆจังๆ  อาจจะนับได้เพียง “ควง อภัยวงศ์” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนแรก

ต่อมาก็เป็น “หม่อมราชวงศ์ เสนีย์ ปราโมช” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์” อดีตเลขาธิการพรรค ผู้ช่วยพลิกชะตาประชาธิปัตย์ ช่วงชิง “อำนาจรัฐ” มาอยู่ในมือได้หลายครั้ง

อีกคนก็เห็นจะเป็น “ชวน หลีกภัย” ที่นำพาประชาธิปัตย์ ขึ้นเป็น “รัฐบาล” ได้ แต่ก็อยู่ในอำนาจได้ไม่นานนัก

แต่บุคคลสำคัญที่ยังคงมีอิทธิพลต่อ “ทิศทางพรรคประชาธิปัตย์” ปัจจุบัน ยุคที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นหัวหน้าพรรค หนีไม่พ้น  “สุเทพ  เทือกสุบรรณ” !

ขอบคุณภาพจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

ขอบคุณภาพจาก ASTVผู้จัดการออนไลน์

จงอย่าแปลกใจ ที่ยืนยันว่า “สุเทพ” คือผู้มีอิทธิพลเหนือ “พรรคประชาธิปัตย์” ตัวจริง ! แม้ “อภิสิทธิ์” จะนั่งในตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพราะ “อภิสิทธิ์” นั้นหาได้มีอำนาจในการกำกับพรรคจริง ตามตำแหน่งที่มี…ไม่ !

เนื่องจาก “สุเทพ เทือกสุบรรณ” นั้นเปรียบเป็น “เทพอุ้มสม” ที่มีส่วนสำคัญ ในการทำให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้ขึ้นเป็น “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” ในปี 2548 และได้ขึ้นเป็น “นายกรัฐมนตรี” แม้จะไม่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปลายปี 2551

โดย “สุเทพ” ลงทุนบินไปประเทศอังกฤษ เพื่อหนทางเจรจากับ “เนวิน ชิดชอบ” แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน พร้อมเสนอตำแหน่ง-ผลประโยชน์ต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการแปลงกายเป็น “งูเห่า” แว้งงับ “พรรคพลังประชาชน” ต้นสังกัด แล้วยกฝูงออกมา ร่วม “จัดตั้งรัฐบาล” กับ “พรรคประชาธิปัตย์”

ถึงขนาดที่ “นายสุเทพ” ที่หมายหมั้นปั้นมือจะได้รับตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย” สักครั้งในชีวิต ต้องกลั้นใจยอม มอบเก้าอี้นี้ให้กับ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ไปอย่างง่ายดาย

แม้วิธีการดังกล่าว จะขัดกับหลักการประชาธิปไตย และฉีกม่านประเพณีทางการเมืองระบอบประชาธิปไตย แต่ด้วย “สิ่งเร้ายั่วน้ำลาย” ก็ทำให้ “นายสุเทพ-พรรคประชาธิปัตย์” ไปจนถึง “ส.ส.งูเห่าเพื่อนเนวิน” ยินดีที่จะกระทำทุกอย่าง !!!

นอกจากนี้ “นายสุเทพ” ยังเป็นผู้กำกับความเป็นไปใน “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ทุกอย่าง กระทั่งการบัญชาการใน “ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)” ในช่วงการชุมนุมของประชาชนในปี 2553

จึงไม่แปลกที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” จะถูกสื่อมวลชน ขนานนามว่า “แม่นม” ของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”

แต่กระนั้นก็ตาม “นายสุเทพ” ก็มักจะเป็นผู้ทำให้เกิด “จุดอ่อน” จนกลายเป็น “จุดตาย” ที่ทำให้ “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” มี “ริ้วรอยด่างพร้อย” กับข่าวคาวการทุจริต การบริหารผิดปกติ ไปจนถึง “อายุสั้น” อยู่เสมอ

เฉพาะเมื่อ “รัฐบาลประชาธิปัตย์” แต่งตั้ง “นายสุเทพ” เป็น “รัฐมนตรี” !!!

โดยในการดำรงตำแหน่ง “รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร” สมัยที่ 2  รัฐบาลชวน หลีกภัย (นายสุเทพ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สมัยแรกในรัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์) นายสุเทพ ก็รับผิดชอบดำเนินนโยบาย สปก 4-01 เพื่อปฏิรูปที่ดินให้กับเกษตรกร

แต่ปรากฏว่า ที่ดินส่วนใหญ่กลับไปอยู่ในมือของ “คนใกล้ชิด” และ “นายทุน” ที่สนับสนุนทางการเมืองการเมืองของนายสุเทพ แบบดื้อๆ

จนกลายเป็นเรื่องที่ “รัฐบาลประชาธิปัตย์” ต้อง “ตกม้าตาย” หลัง “พรรคชาติไทย” ได้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจกรณี สปก 4-01 เปิดเอกสารหลักฐาน ซึ่ง “นายชวน หลีกภัย” นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถชี้แจงแสดงเหตุผลที่ทำให้สังคมไว้วางใจอีกต่อไปได้ และจำใจต้อง “ยุบสภา” เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์เสียหายไปมากกว่าที่เป็นอยู่!

ซึ่งกรณี สปก 4-01 ก็แทบจะกลายเป็น “สัญลักษณ์” ประจำพรรคประชาธิปัตย์ ไปแทนตราสัญลักษณ์ของพรรค !!!
จนการเลือกตั้งครั้งต่อมา ต้องพ่ายแพ้ให้กับ “พรรคชาชาติไทย”

จากนั้นเมื่อ “นายสุเทพ”  มีโอกาสสัมผัสเก้าอี้ “รัฐมนตรี” ครั้งที่ 3 ในชีวิต ด้วยการเป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม” ในปี 2540 รัฐบาลชวน หลีกภัย สมัยที่ 2

ความที่เป็น “รัฐมนตรีใหม่” ที่ไม่เชี่ยวชาญข้อกฎหมาย และความใจเร็วด่วนได้ ต้องการหา “เอกชน” รายใหม่ มาดำเนิน “โครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุงเทพฯ( Bangkok Elevated Road and Train System – BERTS)” หรือ “โฮปเวลล์” แทนบริษัท โฮปเวลล์ ของฮ่องกง

“กระทรวงคมนาคม” ภายใต้การกำกับดูแลของ “รัฐมนตรีฯสุเทพ” ตัดสินใจ “ยกเลิกสัญญากับโฮปเวลล์” จนเป็นเหตุให้โฮปเวลล์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกว่า 56,000 ล้านบาท

ซึ่งในปัจจุบัน “ตอม่อโฮปเวลล์” กว่า 500 ต้นก็ยังคงเรียงรายประจานพรรคประชาธิปัตย์มาจนถึงปัจจุบัน !

หลังจากนั้นแม้ “พรรคประชาธิปัตย์” จะไม่ได้สัมผัส “อำนาจรัฐ” อีก เนื่องจากไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน

แต่ดูเหมือนตำแหน่ง-หน้าที่และบทบาทของ “นายสุเทพ” ภายใน “พรรคประชาธิปัตย์” ยังคงขยับขึ้นอย่างต่อเนื่อง
โดยหลังการเลือกตั้ง 2548 ที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ต้องพ่ายแพ้ให้กับ “พรรคไทยรักไทย” อีกครั้งก็มีการปรับเปลี่ยนการบริหารงานพรรค โดยมีการผลักดัน “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค โดยมี “นายสุเทพ เทือกสุบรรณ” เป็นเลขาธิการพรรค

ซึ่งทันทีที่เกิดวิกฤติการเมืองและการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 “นายสุเทพ” ก็แอ๊คชั่นในบทของ “คีย์แมนประชาธิปัตย์” อย่างออกหน้าออกตา

โดยเฉพาะการพยามหาโอกาสช่วงชิง “อำนาจรัฐ” มาอยู่ในมือ ดังที่กล่าวมาแล้วในช่วงต้น !

และเมื่อประสบความสำเร็จ สามารถสร้าง “ตำนานงูเห่าเพื่อนเนวิน” จัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นได้ในปี 2551 โดย “นายสุเทพ” ยอมสละเก้าอี้ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย” ให้กับ “พรรคภูมิใจไทย” แล้วมานั่งในเก้าอี้ “รองนายกรัฐมนตรี” ก็ปรากฏเรื่องฉาว ขึ้นมาอีกมากมาย ใน “สไตล์สุเทพ เทือกสุบรรณ”

ตั้งแต่กรณีการถือครองที่ดินเขาแพง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ของ  “นายแทน เทือกสุบรรณ” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ “สุเทพ” 62  ไร่  1  งาน  97 ตารางวา แต่กลับเป็นพื้นที่ที่มีความลาดชันเกิน  35  องศา ซึ่งขัดกับประกาศของคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2535  ที่ห้ามออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินที่มีความลาดชันเกิน  35  องศา

จนถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ แจ้งข้อกล่าวหาในนความผิดฐานก่อสร้าง แผ้วถางป่าหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองและผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต และเข้าไปยึดถือครอบครองก่อสร้าง หรือเผาป่าในที่ดินของรัฐโดยมิได้มีสิทธิ์ครอบครอง หรือไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484

ซึ่งกลายเป็นปมปัญหาเรื่อง “ที่ดิน” ที่เข้ามาเกี่ยวพันกับ “นายสุเทพ” แบบรสนิยมที่ถนัด !

นอกจากนี้ในปี 2553 “นายสุเทพ เทือกสุบรรณ” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะ “ประธานคณะกรรมการนโยบายน้ำมันปาล์มแห่งชาติ”ยังถูกกล่าวหาว่า คนใกล้ชิดได้ประโยชน์จากกรณีน้ำมันปาล์มขาดตลาด จนเป็นเหตุให้ราคาน้ำมันปาล์มพุ่งสูงขึ้นกว่าลิตรละ 48 บาทในปี 2553 รวมไปถึงการน้ำเข้าน้ำมันปาล์มอีกหลายหมื่นตันในขณะนั้นด้วย

ล่าสุดกรณีการจัดซื้อจัดสร้างโครงการสถานีตำรวจทดแทนจำนวน 396 แห่งทั่วประเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) วงเงิน 5,848 ล้านบาท ที่ดำเนินการสมัย “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”  โดยมีการอนุมัติให้ยกเลิกแนวทางการจัดจ้างเป็นรายภาคและอนุมัติให้มีการรวบสัญญา จัดจ้างรวมกัน ในปี 2553

ซึ่งมีชื่อ “นายสุเทพ เทือกสุบรรณ” เข้าไปเกี่ยวพันอีกครั้ง!!!

Related News

Share

About Author

พระนครสาส์น

(1) Reader Comment

  1. พรรคแมลงสาป ตัวจริงที่ถ่วงความเจริญประเทศไทย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>