ภายหลังจาก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดตัว ทีมงานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ 3 ทีม และผู้เชี่ยวชาญ 9 ด้าน โดยที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ประกอบด้วย นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ รวมไปถึงพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นายอมรวิชช์ นาครทรรพ นักวิชาการกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และนาย ต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย แกนนำองค์การพิทักษ์สยามและคนอื่นๆ รวม 28 คน ไปเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา
ปรากฏว่าช่วงวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประสานให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด ไปปรากฏตัวที่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 3 มี.ค. ซึ่งเป็นวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอีกครั้ง เพื่อกลบกระแสข่าว ทีมที่ปรึกษาฯและผู้เชี่ยวชาญอย่างน้อย 3 คน ในจำนวนทั้งหมด 28 คนดังกล่าวต้องการที่จะถอนตัวเนื่องจากไม่พอใจแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ที่พยายามผลักดันคนของตัวเองกลับเข้ามารับตำแหน่งรอง ผู้ว่าฯ กทม. โดยไม่ได้หยิบยกชื่อทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาพิจารณา
โดยทีมที่ปรึกษาฯและผู้เชี่ยวชาญส่วนหนึ่งกังวลว่า ตำแหน่งที่ปรึกษาฯ นั้นเป็นตำแหน่งลอย เนื่องจากไม่มีสถานะทางกฎหมาย อาจจะทำให้ไม่มีอำนาจในการผลักดันนโยบายต่างๆ แต่ละด้านที่ตัวเองดูแล แต่ตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. นั้นเป็นตำแหน่งที่มีอำนาจตาม พรบ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน ให้อำนาจในการผลักดันนโยบายและบริหารราชการ กทม. ได้จริง
สำหรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.นั้นตาม พรบ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 55 กำหนดให้มีรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจำนวนไม่เกิน 4 คน แต่ปรากฏว่าแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ได้ล็อคเก้าอี้รองผู้ว่าฯ กทม.เอาไว้แล้ว 1 ตำแหน่งคือ 1.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งเพิ่งถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดกรณีใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต จับกุมผู้กล่าวหา แล้วบีบบังคับให้ใช้หนี้เจ้าหนี้การพนัน ซึ่งเป็นความผิดทางวินัย ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และ 2.นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งเป็นโควตาของหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ ทำให้ตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม.เหลืออีกเพียง 2 ตำแหน่ง แต่แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้พยายามเสนอชื่อผู้เหมาะสมเข้ามาเป็นตัวเลือกอีก 3-4 คน โดยมีชื่อของนายแทนคุณ จิตต์อิสระ และนางมัลลิกา บุญมีตระกูล อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแคนดิเดต

วงแตก
อย่างไรก็ตามในช่วงวันที่ 1 มี.ค.แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ได้ประสานไปยังทีมที่ปรึกษาฯและผู้เชี่ยวชาญทั้ง 28 คนให้ชะลอการตัดสินใจถอนตัวออกจากทีมที่ปรึกษาฯแล้ว โดยขอร้องให้มาปรากฏตัวที่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 3 มี.ค. ซึ่งเป็นวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ร่วมกับแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อกลบกระแสข่าวดังกล่าวแล้ว

สำหรับกรณีปัญหาระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์และนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญที่มาช่วยงานการเมืองพรรคประชาธิปัตย์นั้นมักเกิดปัญหาขึ้นบ่อยครั้ง ในอดีต นายวิษณุ บุญมารัตน์ นักวิชาการ คณะการจัดการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพา ก็เคยเขียนบทความถึงพฤติกรรมแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ต่อนักวิชาการว่า “ผู้ใหญ่ในพรรคบางคนมีพฤติกรรมที่ชอบหลอกใช้นักวิชาการของพรรคให้ทำงานกับพรรคอย่างเต็มที่ โดยไม่มีค่าตอบแทน(เงิน)ให้รวมทั้งให้จ่ายเงินส่วนตัวทั้งค่าโทรศัพท์ ค่าเดินทางเพื่อนติดต่อกับบุคคลภายนอกเองอีกด้วย และอ้างว่าทำงานเพื่ออุดมการณ์(ให้ใช้เงินของตนเอง)เป็นวิธีการที่ขูดรีดหนักกว่ากรรมกรในโรงงานด้วยซ้ำไป เพราะอย่างน้อยกรรมกรก็ได้ค่าจ้างและประกันสังคม หรือหลอกว่าจะส่งลงสมัครเลือกตั้งในระดับต่างๆอยู่เป็นประจำ”

Related News

Share

About Author

mark