ผลงานเด่น “รัฐบาลประชาธิปัตย์” จาก “โครงการไทยเข้มแข็ง” คือ “โครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย(แฟลต) 163 แห่ง” กรอบวงเงินงบประมาณ 3,709,800,000 บาทและ “โครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ(ทดแทน) 396 แห่งทั่วประเทศ” กรอบวงเงินงบประมาณกว่า 6,672,000,000 บาท
ที่สุดท้าย “ร้าง” ทั่วประเทศ นั้น“พระนครสาส์น” ตรวจสอบพบว่า “คณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา” ที่มี “พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์” ส.ว.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานคณะกรรมาธิการ เป็นอีกส่วนงานหนึ่งที่ได้เข้าไปร่วมตรวจสอบความผิดปกติของโครงการดังกล่าว ตั้งแต่ปลายปี 2555
โดย “คณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจวุฒิสภา” ได้เดินทางลงพื้นที่ ตรวจสอบ “สถานที่” ที่มีการก่อสร้างโครงการโดยละเอียด และได้มีข้อสรุปออกมาอย่างชัดเจนถึงความผิดปกติการก่อสร้างต่างๆ
โดย “พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์” ส.ว.สุราษฎร์ธานี (พื้นที่เดียวกับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ วุฒิสภา ได้เปิดเผยการสอบสวนเอาไว้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2556 ระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า “คณะกรรมาธิการฯ ได้ศึกษาตรวจสอบกรณีโครงการก่อสร้างอาคารที่พักอาศัย(แฟลต) 163 แห่ง และโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ(ทดแทน) 396 แห่งทั่วประเทศ พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การประมูล จากเดิมให้ประมูลแบบรวมการครั้งเดียวโดยส่วนกลาง แต่แยกเสนอราคาเป็นรายภาค 1-9 ซึ่งเสนอในช่วงพล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.สมัยนั้น และมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ลงนามให้ความเห็นชอบ มาเป็นการประมูลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอ นิกส์รวมกันในครั้งเดียวในสมัยพล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาการผบ.ตร.สมัยนั้น และมีนาย สุเทพลงนามอนุมัติ โดยมีบริษัท พีซีซี ดีเวลล็อปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด เป็นผู้รับจ้างรายเดียว ซึ่งในสัญญาให้จ่ายเงินค่าจ้างล่วงหน้าร้อยละ 15 แก่ผู้รับจ้างเป็นเงิน 877.2 ล้านบาท หากทำงานไม่เสร็จตามกำหนดในสัญญาต้องเสียค่าปรับวันละ 8.548 ล้านบาท”

โกง

พล.ต.ท.มาโนช กล่าวว่า จากการตรวจสอบคณะกรรมาธิการฯ มีข้อสังเกตดังนี้ 1.ข้อบกพร่องของสัญญาจ้างที่ไม่มีการกำหนดระยะเวลาให้ผู้ว่าจ้างต้องส่งมอบพื้นที่แก่ผู้รับจ้างให้เสร็จก่อนเริ่มดำเนินการตามสัญญา จึงเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างขอขยายเวลาการทำงานได้ 2.การขยายเวลาทำงาน ควรทำได้เฉพาะสถานีตำรวจที่ยังไม่ได้ส่งมอบพื้นที่เท่านั้น ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องบังคับตามสัญญาโดยเคร่งครัด 3.การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การประมูลเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดปัญหาผู้รับจ้างมีรายเดียวไม่สามารถดำเนินการให้มีประสิทธิภาพตามสัญญา 4.พบว่าผู้รับจ้างได้กระทำผิดสัญญาจ้าง โดยมีการจ้างเหมาช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ว่าจ้าง
5.พบส่วนต่างจากการจ้างเหมาช่วงค่อนข้างมาก เช่น สถานีตำรวจขนาดใหญ่ ราคาเบิกจ่ายคือ 26,725,000 บาท แต่จ้างช่วง 20,000,000 บาท สถานีตำรวจขนาดกลาง ราคาเบิกจ่าย 14,468,000 บาท แต่จ้างช่วง 10,000,000 บาท คณะกรรมาธิการฯ จึงเห็นว่าน่าจะมีการทุจริตจากโครงการดังกล่าว จึงได้รายงานต่อที่ประชุมวุฒิสภาตั้งแต่ปลายสมัยประชุมสามัญทั่วไปเมื่อเดือนพ.ย.2555 พร้อมกับส่งรายงานผลการศึกษาให้รัฐบาล และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

( เพื่อป้องกันข้อครหาว่า พระนครฯ “ก๊อฟปี้” ชาวบ้านมา แล้วมาโพนทะนาว่าเป็นของตัวเอง ดังเช่น “พรรคการเมือง” บางพรรคกระทำอยู่ในขณะนี้ “ทีมงานพระนครฯ” ขอขอบคุณเนื้อหาจาก “เว็บไซด์ข่าวสด” : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROd01ERXhNakF5TURJMU5nPT0= )

 

Related News

Share

About Author

mark