สถานการณ์ม็อบ กปปส. ของสุเทพ เทือกสุบรรณ เริ่มแผ่วและแกว่ง โดยเฉพาะเรื่องความแหลมคม ในประเด็นการต่อสู้ เหมือนจะตีบตันลงเรื่อยๆ ภายหลังปรากฏชัดเจนว่า “เป้าหมาย-เส้นชัย” ของ “การปฏิรูป” โดย “สภาประชาชน” นั้น ส่อว่าจะไม่เป็น “ประชาธิปไตย” !!!

ซึ่ง “ม็อบ กปปส.” ที่ “กำลังหลัก” เริ่มแผ่วปลาย “กำลังเสริม” จึงค่อยๆปรากฏตัวออกมา ส่ง “กำลังพยุง” ต่อลมหายใจไปอีกเฮือก!
ล่าสุดก็เป็นคิวของ “7 องค์กรภาคเอกชน” ที่นำโดย “อิสระ ว่องกุศลกิจ” ประธานสภาหอการค้าไทย ซึ่งอ้างการเป็นตัวแทน “ 7 องค์กรภาคเอกชน” อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ จะต้องมีการ “ปฏิรูป” ทันที
แม้จะสร้างความแปลกใจอยู่บ้างว่า “7 องค์กรภาคเอกชน” ทำไม จึงไม่แสดงออกซึ่งการสนับสนุน “การเลือกตั้ง” ตาม “ระบอบประชาธิปไตย” แต่กลับส่งสำเนียงเสียงเดียวกับ “กบฏ กปปส.” แต่เมื่อไล่ย้อนดูประวัติ “อิสระ ว่องกุศลกิจ” ประธานหอการค้าไทย ก็จะไขข้อข้อใจตรงนี้จนหมดสิ้น!!!
โดย “ อิสระ ว่องกุศลกิจ” ประธานสภาหอการค้าไทยนั้น ก็คือ “ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล” ซึ่งเป็นกลุ่มเอกชน ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล มานานกว่า 50 ปี และนับเป็นรายใหญ่รายหนึ่งของประเทศไทย
มีทั้ง ธุรกิจส่งเสริมและพัฒนาอ้อย , ธุรกิจน้ำตาล , ธุรกิจปาร์ติเกิลบอร์ด , ธุรกิจพลังงาน และธุรกิจการลงทุน ครบถ้วน
ซึ่ง “กลุ่มมิตรผล” นั้นในทางการเมืองถือเป็น “ผู้สนับสนุนหลัก” ของ “พรรคประชาธิปัตย์” อย่างเป็นทางการ มานาน !!!
โดยก่อนที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะตัดสินใจ “ยุบสภา” ในเดือน “พฤษภาคม 2554” มีการระดมทุนเข้า “พรรคประชาธิปัตย์” อย่างหนักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554
ปรากฏว่า ในเดือนมีนาคม 2554 มีหลายตระกุลดัง อาทิ “โสภณพนิช, ธนาดิเรก, จิรกิติ , และ เทือกสุบรรณ บริจาคเงินเข้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นจำนวนมาก
โดยพบว่า “กลุ่มธุรกิจ” ของ “ตระกูลดัง” ทั้ง ศรีสุบรรณฟาร์มของ สุเทพ เทือกสุบรรณ หัวหน้าม็อบ กปปส. และกลุ่มเมโทรแมชีนเนอรี่ ที่สนับสนุนผ่านลูกสาว ทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่า กทม. ภรรยาของ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำม็อบ กปปส. ต่างช่วยกันเทงบประมาณมาสนับสนุน รวมไปถึง “เอกชน” ที่ถือว่าเป็น “ทุนประจำ” ของ “พรรคประชาธิปัตย์” อย่าง “เบญจจินดา โฮลดิ้ง” ที่มี “บุญชัย เบญจงคกุล” เป็นผู้บริหารหลัก และ “เครือดุสิตธานี” ซึ่งเชื่อกันว่าอาจเป็นขุมกำลังสำคัญของพรรค โดยอาศัยคอนเน็กชั่นผ่าน “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” ในฐานะเขยดุสิตฯ
หนึ่งในนั้นมี บริษัท ใน  “กลุ่มมิตรผล” และ “บริษัทของตระกูลว่องกุศลกิจ” อยู่ด้วย

mp1

โดยพบว่า เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2554 “พรรคประชาธิปัตย์” ได้แจ้งกับ “กกต.” ว่า “กลุ่มมิตรผล” บริจาคเงิน ในนาม “บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด” เป็นจำนวน 2,000,000 บาท 

“บริษัท เอ็ม พี เอ็นเนอร์ยี จำกัด” จำนวน 2,000,000 บาท
บริษัท แปซิฟิก ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 2,000,000 บาท
จากนั้นวันที่ 21 มีนาคม 2554 พรรคประชาธิปัตย์ แจ้งกับ กกต.ว่า บริษัท ด่านช้าง ไบโอ- เอ็นเนอร์ยี จำกัด บริจาคเงินให้เป็นจำนวน 20,000 บาท
รวมทั้งสิ้น 6,020,000 บาท ภายในเดือนเดียว มีนาคม 2554

และเมื่อตรวจสอบต่อไปในเดือนเมษายน 2554 พบว่า “พรรคประชาธิปัตย์” แจ้งกับ กกต.เมื่อ 25 เมษายน 2554 ว่า “บริษัทกลุ่มมิตรผล” และ “บริษัทของตระกูลว่องกุศลกิจ” ในนาม “บริษัท น้ำตาล มิตรผลจำกัด” บริจาคเงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์เป็นจำนวน 8,000,000 บาท 
“บริษัท เอ็ม พี เอ็นเนอร์ยี จำกัด” จำนวน 8,000,000 บาท
“บริษัท แปซิฟิก ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด” จำนวน 8,000,000 บาท
“บริษัท ไร่ด่านช้าง จำกัด” จำนวน 6,000,000 บาท
จิ๊บๆ เดือนเดียว เมษายน 2554 รวมทั้งสิ้น 30,000,000 บาทถ้วน (สามสิบล้านบาทถ้วน) !!!
ชัดเจนนะ… มิตรผล
ชัดเจนนะ … 7 องค์กรภาคเอกชน
ชัดเจนนะ … อิสระ ว่องกุศลกิจ !!!

Related News

Share

About Author

mark