ก่อนปีใหม่ 2557 ไม่กี่วัน “อิสระ ว่องกุศลกิจ” ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย อุปโลกน์ “7 องค์กรภาคเอกชน” ออกมาอ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้เว้นวรรค “ประชาธิปไตย” เลื่อนเลือกตั้งออกไป เพื่อให้ “ปฏิรูป” ทันที ซึ่งเป็นสุ้มเสียงสำเนียงเดียวกับ “พรรคประชาธิปัตย์” และ “ม็อบ กปปส.” เป๊ะ !!! 

สุดท้าย “ความลับก็ไม่มีในโลก” เมื่อมีการเปิดเผยถึง “ประวัติ” ของ “อิสระ ว่องกุศลกิจ” ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยว่าแท้ที่จริงก็คือ “ทุนใหญ่ของ พรรค ปชป.” 

โดยก่อนเลือกตั้ง 3 กรกฎาคม 2554 นั้น “บริษัท” ใน “กลุ่มมิตรผล” ซึ่ง “อิสระ ว่องกุศลกิจ” เป็น “ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล” อยู่นั้น บริจาคเงินให้กับ “พรรค ปชป.” เกือบ 40 ล้านบาท ในระยะเวลาเพียง 2 เดือน หัวขบวน 7องค์กรเอกชน-อิสระ ว่องกุศลกิจ ที่แท้ “ทุนใหญ่ ปชป.” เปิดบัญชีบริจาค พบ “กลุ่มมิตรผล”ประเคน “มาร์ค”เฉียด 40ล้าน ระดมทุนเลือกตั้ง54 )
เริ่มศักราชใหม่ ปี 2557 ได้ไม่กี่วัน “ประมนต์ สุธีวงศ์” ในนาม “ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย)” ก็ออกมาบอกว่า “ม็อบ กบฏ กปปส. ที่ประกาศ ชัตดาวน์กรุงเทพฯ วันที่ 13 มกราคม 2557 เป็นต้นไปนั้น กระทบกระเทือนเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น” และ “เป็นความเสียหายระยะสั้น ” ที่สำคัญคือ “ภาคธุรกิจสนับสนุนการเคลื่อนไหวของม็อบกบฏ” !!!
เป็นอีกคนที่ “สำเนียง” คล้อยไปในทิศทางสนับสนุนการเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมายของ กปปส. ที่จะ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” อย่างน่าประหลาด!!!

ทั้งที่ “นักลงทุน” ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ต่างกังวลกับความเคลื่อนไหว “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” ของ “ม็อบกบฎ กปปส. อย่างชัดเจน

แต่อย่าแปลกใจกับ “คำพูด” ของ “ประมนต์ สุธีวงศ์” เพราะตามประวัติที่เผยแพร่เป็นการทั่วไปนั้นยืนยันอย่างชัดเจนว่าในอดีตเคยเป็น “ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย” ตำแหน่งเดียวกับ “อิสระ ว่องกุศลกิจ” เป็นอยู่ และออกมาแอ็คชั่น “การเมือง” ในทิศทางเดียวกับม็อบ กปปส.แล้วก่อนหน้านี้ !!
ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลประวัติ พบว่า ในปี 2541-2545 “ประมนต์ สุธีวงศ์” ดำรงตำแหน่ง “ประธานคณะกรรมการหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย”
จากนั้นในปี 2547-2552 เป็น “ประธานกรรมการ หอการค้าไทย”
แล้วในปี 2548-2552 เป็น “ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย”
แต่ที่เด็ดคือ ในปี 2549-2551 กระโดดเข้าสู่การเมือง ภายใต้ร่มเงาของ “คณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549” โดยได้รับการผลักดันให้เป็น “สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)”
อีกทั้งเมื่อตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังไปกลับพบว่า “ประมนต์ สุธีวงศ์” นั้นในอดีตที่ผ่านมาตลอดช่วงเกิด “วิกฤติการเมือง” มักจะออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงที่สนับสนุนความเคลื่อนไหวของ “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)” กลุ่มเคลื่อนไหวซึ่งเปิดประตูให้เกิดการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549  รวมทั้งแสดงทัศนะทางการเมืองในทิศทางที่สนับสนุน “พรรคประชาธิปัตย์” ให้เข้าสู่ “อำนาจรัฐ” อย่างชัดเจน

ประมน
จากการตรวจสอบพบว่า ในช่วงที่ “กลุ่มพันธมิตประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” เคลื่อนไหว บุกยึดสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง ในปลายปี 2551 เพื่อโค่นล้มรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชน
โดยเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2551 “ประมนต์ สุธีวงศ์” ในนาม “ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย” ระบุว่า “ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันมีมติให้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเย็นวันนี้ เพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้น โดยขอให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ (นายกรัฐมนตรีขณะนั้น) ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองอื่นเข้ามาบริหารประเทศแทน หรือให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน”
จากนั้นเมื่อ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีคำวินิจฉัยให้ยุบ “พรรคพลังประชาชน” ในวันที่ 2 ธันวาคม 2551 “ประมนต์ สุธีวงศ์” ในนาม “ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย” ก็ยืนยันทันทีว่า “หลังจากนี้ควรเร่งจัดตั้งรัฐบาลใหม่โดยเร็ว และควรเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองอื่นจัดตั้งรัฐบาล” !!!
ซึ่งหลังจากจบข้อเสนอของ “ประมนต์ สุธีวงศ์” ก็เกิดเหตุการณ์ “ทำลายประเพณีประชาธิปไตย” ครั้งใหญ่ ด้วยการที่ “พรรคประชาธิปัตย์” ซึ่ง “ไม่ใช่พรรคการเมืองที่มีเสียงสนับสนุนจากประชาชน” มากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร ได้ใช้วิธีการ “ดูด ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน” ให้ “สลับขั้วการเมือง” ไปร่วมจัดตั้ง “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” !!!
แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ ภายหลัง “พรรคประชาธิปัตย์” ทำลายประเพณีประชาธิปไตย ด้วยการ “สลับขั้วการเมือง” แล้ว และอยู่ในระหว่างการ “จัดสรรโควตารัฐมนตรี” ให้กับกลุ่มแก๊งค์การเมืองและกลุ่มทุนต่างๆ อยู่อย่างจ้าละหวั่นนั้นปรากฎชื่อ “ประมนต์ สุธีวงศ์” ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นหนึ่งใน “ตัวเต็ง” 1 ใน 3 หัวขบวนทีมเศรษฐกิจ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ด้วยซะอย่างนั้น!!
โดยกระแสข่าวในช่วงดังกล่าวระบุว่า “แกนนำพรรคประชาธิปัตย์” จะมอบตำแหน่ง “รองนายกรัฐมนตรี” หรือไม่ก็ตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” ให้กับ “ประมนต์ สุธีวงศ์” เพื่อให้ได้นั่งทำงานคู่กับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในฐานะ “ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลประชาธิปัตย์”
ซึ่ง “เว็บไซด์ผู้จัดการ” ซึ่งเป็นสื่อหลักของ “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” และ “พรรคประชาธิปัตย” ในขณะนั้น เนื่องจากยังคง “รักใคร่ชอบพล” และประสานมือ อยู่กับ “พรรคประชาธิปัตย์” แนบแน่น ได้นำเสนอเอาไว้ในวันที่ 15 ธันวาคม 2551 โดยพาดหัวข่าวตัวใหญ่ว่า “ปชป.ทาบ “ประมนต์-ศุภชัย” ร่วมทีมเศรษฐกิจ” (http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000147493) เนื้อหาระบุว่า “…สำหรับรายชื่อบุคคลเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ที่คาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเข้าเป็นรัฐมนตรี เบื้องต้นได้สัดส่วน 15 ตำแหน่ง แต่ขณะนี้อาจได้เพิ่มเป็น 17-19 ตำแหน่ง หลังจากผลโหวตนายอภิสิทธิ์ไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ โดยบุคคลที่น่าจะได้รับตำแหน่งแน่นอน เช่น นายกรณ์ จาติกวนิช นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ นายอลงกรณ์ พลบุตร นายวิฑูรย์ นามบุตร และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นต้น ส่วนบุคคลภายนอกที่พรรคประชาธิปัตย์พยายามทาบทามมาเสริมทีมเศรษฐกิจ คือ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการอังค์ถัด และนายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานสภาหอการค้า แต่ยังอยู่ระหว่างการรอคำตอบจากทั้ง 2 คน…”

ปมน

แต่สุดท้าย “โควตารัฐมนตรี” ของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ซึ่งมี “ตำแหน่ง” อยู่อย่างจำกัด และจะต้องแบ่งสรรปันอำนาจให้กับกลุ่มการเมืองและกลุ่มทุนต่างๆ ที่ร่วมกัน “อุ้มสม” ให้เข้าสู่อำนาจรัฐ ก็ได้ทำให้ ชื่อของ “ประมนต์ สุธีวงศ์” กลับหายเข้ากรีบเมฆไป !
และได้เป็นเพียงแค่ “ว่าที่ รัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” !!
แต่ไม่เป็นไร…คราวนี้ ลุ้นใหญ่ …ปิดเมืองหลวง ชัตดาวน์กรุงเทพฯ “ลุ้น” เก้าอี้ “รัฐมนตรี” อีกครั้ง !!!

Related News

Share

About Author

mark