13 มกราคม 2557 คือวัดนัดหมายปฏิบัติการ “ซัตดาวน์กรุงเทพฯ” ที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” แกนนำม็อบ กปปส. ประกาศเอาไว้
หลายภาคส่วนแสดงความห่วงใยว่า การกระทำของ “ม็อบกบฏ กปปส.” จะสร้างผลกระทบให้กับ “พี่น้องประชาชน” โดยเฉพาะ “ชาวกรุงเทพฯ” อย่างทั่วถึงทุกผู้ทุกคน …ไม่ว่าจะเป็น ด้านการสื่อสาร-การคมนาคม-การเงิน-การธนาคาร-น้ำ-ไฟ-น้ำมัน-เชื้อเพลิง ไปจนถึง อาหารการกิน ที่อาจจะ “ชาวพระนคร” ต้องถึงคราวยากลำบาก !!!
ซึ่งถ้าเปรียบในเชิงพฤติกรรมการเคลื่อนไหว การกระทำ วิธีการ ไปจนถึง “ลักษณะมวลชน” และเป้าหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตย นับได้ว่า “ม็อบกบฏ กปปส.” เทียบเคียงได้อย่างยิ่งกับ “ม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)” โดยเฉพาะในครั้งที่บุกยึดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ในระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน-3 ธันวาคม 2551
ดังนั้น “ทีมงานพระนครฯ” ขอย้อน “ความวินาศสันตะโร” ของสังคมและประเทศไทย จากการกระทำของ “กลุ่มคนผู้ทำลายล้างทุกอย่าง” เพียงเพื่อทำตามความต้องการของตัวเอง (เท่านั้น) …แม้ความต้องการนั้นจะแลกมาด้วย “ความเสียหายมหาศาล” ต่อสังคมและประเทศ!!
โดยภายหลังการบุกเข้ายึดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ ของ “กลุ่ม พธม.” ในช่วงวันที่ 24 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2551 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประเมินความเสียหายจากการกระทำดังกล่าว โดย “ภาคเอกชน” นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เปิดเผยเอาไว้กับ “ผู้จัดการออนไลน์”( http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9510000145202 ) เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2551 ถึงผลการประชุมหาแนวทางเยียวยาภาคธุรกิจหลังเหตุการณ์ปิดสนามบินฯ ว่า ทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินตัวเลขความเสียหายของภาคธุรกิจทั้งหมด 7 วัน อยู่ที่ 137,000 ล้านบาท

ในส่วนของ “ภาครัฐ” ได้มีการสำรวจความเสียหายและประเมินค่าเสียหายอย่างเป็นทางการ และมีรายงานอย่างชัดเจน โดย “ไทยรัฐออนไลน์” ( https://www.thairath.co.th/content/pol/17231 ) รายงานเอาไว้ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2552 (รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 กรกฎาคม 2552 กระทรวงคมนาคม เตรียมเสนอขอรับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการชดใช้ค่าใช้จ่ายจริง ที่หน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ได้ใช้ไปในการช่วยเหลือผู้โดยสารที่ตกค้างในช่วงที่มีการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมือง ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) จำนวน 679,724,935.75 บาท พร้อมทั้งเสนอให้ ครม. รับทราบ ค่าเสียเสียจากการสูญเสียรายได้ของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมการบิน จำนวน 18,932,594,271 บาท โดย ครม. อาจพิจารณา มาตรการในการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงาน ทั้งนี้กระทรวง คมนาคมรายงานว่า ได้มีการสรุปตัวเลขค่าใช้จ่ายที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้โดยสารตกค้าง ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เมื่อรวมกับค่าเสียหายจากการสูญเสียรายได้ รวมทั้งหมดเป็นเงินทั้งสิ้น 19,612,319,206.75 บาท ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ คือ หน่วยงานภาครัฐ สังกัดกระทรวงคมนาคม คือ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มีค่าใช้จ่าย 2,292,500 บาท บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) มีค่าใช้จ่าย 1,100,000 บาท บริษัท วิทยุการบิน แห่งประเทศไทย จำกัด มีค่าใช้จ่าย 796,899 สูญเสียรายได้ 103,592,900บาท รวม 104,389,799บาท บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีค่าใช้จ่าย 570,427,790.68 บาท ค่าสูญเสียรายได้ ถึง 13,236,001,371 บาท รวมเป็นเงิน 13,806,429,161.68 บาท ส่วนบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (ทอท.) มีคาใช้จ่าย 16,987,159.07 บาท สูญเสียรายได้ 574,000,000 บาท รวม 590,987,159.07 บาท ท่าอากาศยานอู่ตะเภา กองทัพเรือ มีค่าใช้จ่าย 542,426 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานภาคเอกชน ได้แก่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจริง 2,544,200 บาท และ สายการบินต่าง ๆ ประจำประเทศไทยมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง 85,033,961 บาท ค่าเสียหายจากการสูญเสียรายได้ จำนวน 5,019,000,000 บาท รวม 5,104,033,961 บาท

ปพม
ครั้งนั้น ฝีมือ “พธม.” ยึดสนามบิน 7 วัน ผลาญภาษีของประชาชนคนไทย อย่างชัดเจนไป 1.9 หมื่นล้าน โดย “รัฐบาล” เป็นผู้ควักจ่าย
ส่วนภาคเอกชน เสียหายรวมกว่า 1.3 แสนล้านบาท
รวมทั้งภาครัฐและเอกชน เฉียด 2 แสนล้านบาท ที่ “พมธ.” คลั่ง สร้างความฉิบหายเอาไว้ให้กับ “คนไทย” และ “ประเทศไทย” !!!

ยังไม่นับรวม “ความเสียหาย” อันเกิดจากผลกระทบด้าต่างๆ หลังจากนั้น

แล้วครั้งนี้ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และ “มวลหมาประชาชนกบฏ กปปส.” จะเอาอีกเท่าไร ???

Related News

Share

About Author

mark