นอกเสียจากบนเวทีม็อบกบฎ กปปส. ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” จะเต็มไปด้วย “คนดี” แบบโกงที่ดิน สปก. หรือไม่ก็พวกเอี่ยว “ทุจริตโครงการไทยเข้มแข็ง” รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือพวกเฬวราก หยาบคายคอยสลับสับเปลี่ยนกันขึ้นครองไมค์แล้ว ก็จะมี “ตัวแทนชมรมแพทย์ชนบท” คอยสลับหน้ามาขึ้นเวที เพื่อคงสภาพหนังหน้า-ภาพลักษณ์ ม็อบกบฏตบตาสังคมว่าเป็น “ม็อบคนดี”
“ชมรมแพทย์ชนบท” ในเวทีม็อบนั้นก็นำโดย “น.พ.เกรียงศักดิ์ วัชระนุกูลเกียรติ” ประธานชมรมแพทย์ชนบท ที่ขึ้นเวทีอยู่เป็นประจำ
แต่นั่นก็ไม่แปลกอะไร หาก “น.พ.เกรียงศักดิ์” จะขึ้นเวทีม็อบกบฏ กปปส. เพราะหากพิจารณาใน “เครือข่ายแพทย์ชนบท” ที่มีทั้ง “น.พ.ประเวศ วะสี” ราษฎรอาวุโส ประธานสมัชชาปฏิรูปของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ , “น.พ.วิชัย โชควิวัฒน์” พี่ใหญ่แพทย์ชนบท ที่เคยเขียนจดหมายขอตั้ง “ปลัดกระทรวงสาธารณสุข” ถึง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตอนยังเป็น “นายกรัฐมนตรี” รวมไปถึง “น.พ.มงคล ณ สงขลา” อดีต รมว.สาธารณสุข สมัยรัฐบาล คมช. ที่มี “สุรยุทธ์ จุลานนท์” เป็นนายกรัฐมนตรี
“ชมรมแพทย์ชนบท” ขึ้นเวที “ม็อบ ปชป.” นั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา… เพราะเมื่อพิจารณาจากเปิดโฉมแกนนำสามพรานฟอรั่ม ขาใหญ่วงการหมอ ทีมแบ๊คอัพแพทย์ชนบท!! ก็พอจะมองอะไรรู้…ดูอะไรเห็น !!

1-1

แต่ล่าสุดดูเหมือน อาจจะมีเรื่องแปลกใจ เมื่อ “น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ปลัด สธ.) ได้ออกแถลงการณ์มาเป็นระยะๆ ในนาม “ประชาคมสาธารณสุข” เรียกร้องให้มีการ “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของ “กบฎ กปปส.” เป๊ะ !!!

คำถามจึงเกิดขึ้นว่า …ม็อบกบฏ กปปส. ก่นด่าทุกวันว่า “รัฐบาล” และ “ระบอบทักษิณ” แต่งตั้งแต่ “คนของตัวเอง” ให้มามีตำแหน่ง-อำนาจ …
… เหตุไฉน??? “ปลัด สธ.” จึงหาญกล้าเช่นนั้น ???
“คำตอบ” ที่ชัดเจนในข้อแรกก็คือ คำปรามาสของ “ม็อบกบฏ กปปส.” เรื่องการ “แต่งตั้งแต่คนของตัวเอง” นั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด !!
และเป็นเพียงความพยายามที่จะ “ใส่ร้ายป้ายสี” ตามเทคนิคและวิธีการเล่นการเมืองที่ถนัด ตามสไตล์ “พรรค ปชป. !!!
ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้อง พบว่า “น.พ.ณรงค์ สหเมธาพันธ์” ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ก็มีความ “ใกล้ชิด” กับ  “เครือข่ายอำนาจ” ภายในกระทรวงสาธารณสุข ที่มีมายาวนานและต่อเนื่อง ภายใต้ร่มเงาของ “น.พ.ประเวศ วะสี” ราษฎรอาวุโส ทั้ง “ชมรมแพทย์ชนบท”-“แก๊งค์สามพรานฟอรั่ม” หรือแม้แต่ “องค์กรตระกูล ส.” องค์กรเนื้องอกของกระทรวงสาธารณสุข
โดย “องค์กรตระกูล ส.” ดังกล่าวนี้ ก็อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ.
ซึ่ง องค์กรเหล่านี้ปฏิบัติตนประหนึ่ง “องค์กรอิสระ” ที่แทบจะไม่มีภาระผูกพัน อะไรกับการบริหารงานภายใน “กระทรวงสาธารณสุข” เลย 
โดยมีอำนาจในการบริหารคน-บริหารงานและบริหารงบประมาณมหาศาลในแต่ละปี …ด้วยตัวเอง อย่างชัดเจน

เนื่องจาก “องค์กรตระกูล ส.” นั้นจัดตั้งขึ้นตาม “พระราชบัญญัติเฉพาะ” ที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์และสาธารณสุข ขึ้นมารองรับ ภายใต้การผลักดันหลักๆโดยของสมาชิกชมรมแพทย์ชนบท และที่ปรึกษาหลักคือ “น.พ.ประเวศ วะสี”

อาทิ “พ.ร.บ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขพ.ศ.2535” ที่ออกมาในสมัยนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นก็ไหลออกมาเรื่อยๆทั้ง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ,พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติพ.ศ. 2545 และ พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติพ.ศ. 2550
โดย พ.ร.บ.แต่ละฉบับของแต่ละองค์กร จะมีลักษณะหลักเกณฑ์ที่คล้ายคลึงกันมาก คือ มีเงินงบประมาณดำเนินการจากเงินงบประมาณแผ่นดิน มีคณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินการ มีเลขาธิการหรือผู้อำนวยการเป็นผู้รับผิดชอบบริหารงาน และมีระเบียบการบริหารงานและงบประมาณโดยอิสระ ตามที่คณะกรรมการเป็นผู้กำหนด
ซึ่งแต่ละปี “องค์กรตระกูล ส.”จะได้รับการจัดสรรงบประมาณจำนวนมาก อาทิ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน (สพฉ.) ได้รับงบประมาณเพื่อใช้ในงานบริหารงานปัจจุบันประมาณ 170 ล้านบาท และงบประมาณสำหรับจัดการกองทุนปัจจุบันประมาณ 170 ล้านบาท
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้รับงบประมาณจากกรมบัญชีกลางล่าสุดเมื่อปี 2556 จำนวน 108,744.46 ล้านบาท
สำนักงานกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้รับงบประมาณ 2% จากภาษีบาปทั้งหมด หรือประมาณปีละ 3 พันกว่าล้านบาท แต่หากยิ่งเก็บภาษีบาปได้มาก งบประมาณส่วนนี้ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
และสุดท้าย สำนักงานสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ได้รับงบประมาณประมาณปีละ 200 ล้านบาท
ที่สำคัญก็คือ บุคคลที่เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มตระกูล ส.จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาเป็นกรรมการบอร์ด เป็นเลขาธิการหรือผู้อำนวยการ ตามที่ได้เขียน “กติกา” เอาไว้เองทั้งหมด
แต่ปรากฏว่า “การทำงานซ้ำซ้อน” กับ “องค์กรภายในของกระทรวงสาธารณสุข” อย่างมากมาย

รงงง
ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีเสียงเรียกร้องให้มีการ “ปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข” อย่างแพร่หลาย เนื่องจากเกิดปัญหาเรื่อง การซ้ำซ้อนในการทำงาน-งบประมาณที่สูญหายไปกับ “องค์กรเนื้องอก”ต่างๆ –การใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ ไปจนถึง “โครงข่ายอำนาจ” ที่เกาะกินกระทรวงสาธารณสุขมานานแสนนาน
แต่ปรากฏว่าทันที่ที่มี “ผู้คิดจะปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข” ก็กลายเป็นเรื่องที่ทำให้ “ชมรมแพทย์ชนบท” ไม่พอใจและออกมาเคลื่อนไหวอย่างหนัก ด้วยอ้างการ “ต่อต้านระบบการจ่ายค่าตอบแทนฯ” และ อุปโลกน์เรื่อง “ทุจริต” ขึ้นมามากมาย เพื่อต่อต้านการปฏิรูปที่เกิดขึ้น
รวมไปถึง “ปลัดกระทรวงสาธารณสุข” ซึ่งโดยหน้าที่จะต้องเป็น “ตัวหลัก” ในการขับเคลื่อนการปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุข แต่กลับถูกกล่าวขานอย่างอื้อึงว่า กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้การปฏิรูปโครงสร้างกระทรวงสาธารณสุขยิ่งล่าช้า โดยเฉพาะในส่วนงานที่จะต้องผ่านความเห็นชอบจาก “ปลัดกระทรวงสาธารณสุข”กลับไม่ได้การผลักดันเพื่อให้แก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม !!!
ซึ่งไม่เพียงจะเป็นอุปสรรคของการ “ปฏิรูปกระทรวงสาธารณสุข” เท่านั้น แต่ความล่าช้าที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็น “แนวร่วมมุมกลับ” ที่ร่วมด้วยช่วยพิทักษ์ “องค์กรตระกูล ส.”
ส่งผลให้งบประมาณแผ่นดิน นับ “แสนล้านบาท” ในแต่ละปี จะต้องสูญเสียไปเพียงเพราะพฤติการณ์ “ขวางคลอง” ไม่ให้เกิดการ “เปลี่ยนแปลง” อย่างแท้จริง
ดังนั้นจึงอย่าแปลกใจ หาก “ปลัด สธ.” จะประกาศตัวยืนเคียงข้างกบฏ กปปส. เพราะทั้ง “หัวหน้าแพทย์ชนบท-พี่ใหญ่แพทย์ชนบท-ชมรมแพทย์ชนบท-บิ๊กเบิ้มตระกูล ส.” พวกเดียวกับ “ปลัด สธ.” ก็ยืนห้อมล้อม “กบฏ กปปส.” ทั้งเบื้องหลังและเบื้องหลังเต็มไปหมดอยู่แล้ว
แต่ที่น่าแปลกใจคือ “ปลัด สธ.” ที่เรียกร้อง “ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง” นั้น เหตุไฉน จึงทำเหมือนจะเป็น “ตัวหลัก” ในการดึงรั้งการ “ปฏิรูปโครงสร้างสาธารณสุข” ?
หรือเป็นเพราะ “คอนเน็กชั่นภายในองค์กรตระกูล ส.” ??
หรือเป็นเพราะ “เครือข่ายหมอชนบท” ??
หรือทั้งหมดเป็นเพราะ “งบประมาณ” นับ “แสนล้าน” ???

Related News

Share

About Author

mark