ในสถานการณ์ที่ “ม็อบกบฎ กปปส.” ซึ่งมี “แกนนำม็อบ” เป็น “แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)” ทีมงานพระนครฯ ก็ได้นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับ “กลุ่มทุนการเมือง” ของ “พรรค ปชป.” โดยละเอียดยิบมาตลอด  

และเมื่อไม่นานมานี้ ได้พบว่า “อิสระ ว่องกุศลกิจ” ประธานหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้อ้างสถานะ “7 องค์กรภาคเอกชน” ออกมาแถลงสนับสนุน “แนวคิดม็อบกบฏ” ด้วยการเสนอให้ “ปฏิรูป” ก่อน “เลือกตั้ง” ทันที
ซึ่งน่าแปลกใจอย่างยิ่งว่า เพราะอะไร “อิสระ ว่องกุศลกิจ” ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จึงไม่เสนอให้มีทุกฝ่ายร่วมการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย อันเป็นการรักษา “ระบบการปกครอง” ของประเทศในระบอบประชาธิปไตย กลับไปเห็นชอบกับ “ม็อบกบฏ” ที่จะให้มีการ “ปฏิรูป” โดยไม่ต้องสนใจการเลือกตั้ง
ปรากฏว่าเมื่อสืบสาวข้อมูลให้ลึกลงไป กลับพบว่า “อิสระ ว่องกุศลกิจ” ก็คือ “ประธานกรรมการกลุ่มมิตรผล” ซึ่งเป็นกลุ่มเอกชน ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลรายใหญ่ของประเทศและเป็น “กลุ่มทุนการเมือง” รายใหญ่ของพรรค ปชป.เช่นเดียวกัน ( คลิกอ่านรายละเอียด : หัวขบวน 7องค์กรเอกชน-อิสระ ว่องกุศลกิจ ที่แท้ “ทุนใหญ่ ปชป.” เปิดบัญชีบริจาค พบ “กลุ่มมิตรผล”ประเคน “มาร์ค”เฉียด 40ล้าน ระดมทุนเลือกตั้ง54 )
โดยเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2554 “พรรค ปชป.” ได้แจ้งกับ “คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ” ว่า “บริษัทกลุ่มมิตรผล” ได้บริจาคเงินให้ ในนาม“บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด” เป็นจำนวน 2,000,000 บาท
“บริษัท เอ็ม พี เอ็นเนอร์ยี จำกัด” จำนวน 2,000,000 บาท
บริษัท แปซิฟิก ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด จำนวน 2,000,000 บาท
จากนั้นวันที่ 21 มีนาคม 2554 “พรรค ปชป.” แจ้งกับ กกต.ว่า บริษัท ด่านช้าง ไบโอ- เอ็นเนอร์ยี จำกัด บริจาคเงินให้เป็นจำนวน 20,000 บาท
รวมทั้งสิ้น 6,020,000 บาท ภายในเดือนเดียว มีนาคม 2554
และในเดือนเมษายน 2554 “พรรค ปชป.” แจ้งกับ กกต.เมื่อ 25 เมษายน 2554 ว่า “บริษัทกลุ่มมิตรผล” และ “บริษัทของตระกูลว่องกุศลกิจ” ในนาม “บริษัท น้ำตาล มิตรผลจำกัด” บริจาคเงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์เป็นจำนวน 8,000,000 บาท
“บริษัท เอ็ม พี เอ็นเนอร์ยี จำกัด” จำนวน 8,000,000 บาท
“บริษัท แปซิฟิก ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด” จำนวน 8,000,000 บาท
“บริษัท ไร่ด่านช้าง จำกัด” จำนวน 6,000,000 บาท
รวม เมษายน 2554 รวมทั้งสิ้น 30,000,000 บาทถ้วน (สามสิบล้านบาทถ้วน) !!!
เท่ากับว่า ระยะเวลาเพียง 2 เดือนคือมีนาคมและเมษายน 2554 … “กลุ่มมิตรผล” และ “บริษัทของตระกูลว่องกุศลกิจ” ประเคนให้ ปชป.พรรคเดียวกว่า 36,020,000 บาท (สามสิบหกล้านสองหมื่นบาท)

mp1
โดย “บริษัท น้ำตาลมิตรผล” นั้นก่อตั้งในปี 2489 โดยตระกูลว่องกุศลกิจ ในปัจจุบันเป็น บริษัทผู้นำในธุรกิจอ้อยและน้ำตาลของไทย โดยตระกูลว่องกุศลกิจถือหุ้นเต็ม 100% ผ่านบริษัท น้ำตาลมิตรสยาม จำกัด
บริษัทน้ำตาลมิตรผล มีโรงงาน น้ำตาลในประเทศไทย จีน ลาว และออสเตรเลีย โดยในปีการผลิต 2554/2555 กลุ่มมิตรผล มีผลผลิตน้ำตาลรวมทั้งสิ้น 3.5 ล้านตัน
ซึ่งในประเทศไทยถือว่า “มิตรผล” เป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดในประเทศ ด้วยปริมาณการผลิตน้ำตาลที่ 1.96 ล้านตัน หรือคิดเป็นสัดส่วน 19.1% ของการผลิตน้ำตาลทั้งหมดภายในประเทศไทย
นอกจากนี้ยังแตกไลน์ธุรกิจ ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอ้อยและน้ำตาล ทั้ง ธุรกิจผลิตไฟฟ้า ธุรกิจผลิตเอทานอล ธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ ธุรกิจผลิตกระดาษและธุรกิจโลจิสติกส์ โดยในเดือนธันวาคม 2555 โรงงานผลิตเอทานอลของ “มิตรผล” ในประเทศไทย มีกำลังผลิตที่ 690,000 ลิตรต่อวัน ส่วนโรงงานผลิตไฟฟ้าก็มีกำลังผลิตรวม 322 เมกะวัตต์
โดยธุรกิจเอทานอลและไฟฟ้า ของ “มิตรผล” สร้างผลประโยชน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็น 4,313 ล้านบาทในปี 2554
ในต่างประเทศ “มิตรผล” ขยายอาณาจักรออกไปอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นเจ้าของและบริหารโรงงานน้ำตาล 7 แห่งในประเทศจีน ซึ่งมีผลผลิตน้ำตาล 1.04 ล้านตันในปีการผลิต 2554/2555 ซึ่งทำให้มีส่วนแบ่งการตลอด 9.0% และทำให้เป็นผู้ผลิตรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศจีน !!!
ที่ผ่านมา “มิตรผล” ได้ขยายธุรกิจไปในประเทศอื่นๆ โดยปี 2551 ได้จัดตั้งโรงงานน้ำตาลในประเทศลาว ต่อมาในเดือนเมษายน 2555 ได้เข้าไปซื้อหุ้น 100% ใน MSF Sugar Ltd. (MSF) ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่อันดับที่ 3 ของประเทศออสเตรเลีย โดยใช้เงินลงทุนรวม 302 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 9,700 ล้านบาท
ซึ่งชัดเจนว่า ในช่วงตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา “มิตรผล” กำลังมุ่งหน้าขยายอาณาจักรไปในต่างประเทศอย่างรวดเร็ว
แต่ลำพังการ “ลงทุนทางธุรกิจ” เพียงอย่างเดียว อาจจะไม่เพียงพอสำหรับ “มิตรผล” แล้วหรือไม่ ???
เนื่องจากจำนวนเงินกว่า 36,020,000 บาท (สามสิบหกล้านสองหมื่นบาท) ที่บริจาคให้กับ “พรรค ปชป.” ก่อนการเลือกตั้ง 2554 นั้น ไม่เพียงจะถูกมองว่า “มิตรผล” เปิดตัวเป็น “ทุนทางการเมือง” ให้กับค่ายการเมืองเก่าแก่ อย่าง “ปชป.”แล้ว ยังถูกมองว่านั่นคือ การ “ลงทุนทางการเมือง” ครั้งสำคัญของ “อิสระ ว่องกุศลกิจ” !!

isara
แม้การลงทุนทางการเมือง กับ “พรรค ปชป.” ในการเลือกตั้ง 2554 จะไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนัก เพราะ “พรรค ปชป.” พ่ายแพ้การเลือกตั้ง และไม่ได้เป็น “แกนนำ” ในการจัดตั้งรัฐบาล
แต่ดูเหมือน “ชื่อ” ของ “อิสระ ว่องกุศลกิจ” จะไม่ได้หยุดเพียงเท่านั้น เพราะหลังการเลือกตั้ง กรกฎาคม 2554 พบว่า ชื่อ “อิสระ ว่องกุศลกิจ” ได้ถูกพูดถึงในกลุ่ม “พรรคเล็ก” บางพรรค ที่ต้องการจะเข้า “ร่วมรัฐบาล”
โดยมาพร้อมกับข้อเสนอภายใน “พรรคเล็ก” ในตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม” หรือ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์” ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง
แต่ดูเหมือนว่า “กระแสข่าว” ที่หลุดออกมาจากพรรคเล็ก จะไม่ได้รับการสนใจมากนัก อีกทั้ง “พรรคเพื่อไทย” ได้แสดงความชัดเจนว่า ต้องการผลักดัน “นโยบาย” ผ่าน “กระทรวงพาณิชย์” ซึ่งเป็น “กลไกสำคัญ” ในการดูแลเกษตรกรและพืชผลของเกษตรกร
รวมทั้งเมื่อพิจารณาจาก “ธุรกิจน้ำตาล” ในครอบครองของ “อิสระ ว่องกุศลกิจ” แล้ว มองเห็น “เป้าหมายทางการเมือง” ที่ค่อนข้างจะชัดเจน
ซึ่งถ้าชื่อ “อิสระ ว่องกุศลกิจ” เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเก้าอี้ “รมต.” ซึ่งไม่ว่าจะเป็น “พาณิชย์” หรือ “อุตสาหกรรม” ย่อมไม่เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น!!
เพราะไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง “รัฐมนตรี” ใน “กระทรวงอุตสาหกรรม” หรือ “กระทรวงพาณิชย์” นั้นเป็น “ตำแหน่ง” ที่ “ให้คุณ-ให้โทษ” ต่อ “ธุรกิจอ้อยและน้ำตาล” โดยเฉพาะ “คณะกรรมการต่างๆ” ตาม “ พระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527” กำหนด ทั้ง “คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.), คณะกรรมการบริหาร (กบ.) , คณะกรรมการอ้อย (กอ.) , คณะกรรมการน้ำตาลทราย (กน.) และคณะกรรมการบริหารกองทุน (กท.)
และที่สำคัญ คือ “ระบบการจำหน่ายน้ำตาลในตลาดต่างประเทศ” ที่จะต้องปฏิบัติตาม กฎระเบียบที่กำหนดโดยหน่วยงานของรัฐบาล คือ “กระทรวงอุตสาหกรรม” และ “กระทรวงพาณิชย์” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำให้ “มิตรผล” คุ้นเคยเป็นอย่างดี !!!
ไม่แน่หากไม่กี่วันนี้ หากเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบไม่คาดฝัน หรืออุบัติเหตุการเมือง ใกล้ๆนี้ …ไม่แน่ “ประชาธิปัตย์” และ “อิสระ ว่องกุศลกิจ” อาจได้ลุ้น “ตำแหน่ง-เก้าอี้” และ “อำนาจ” อีกครั้ง !!!

Related News

Share

About Author

mark