เอกสารจากหน่วยงานความมั่นคง ที่ขอให้ “หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์” หนึ่งใน “สื่อ” เครือ “กบฏ กปปส.” และ “พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)” ตรวจสอบและแก้ไขการนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงชนิด “หน้ามือ” เป็น “หลังเท้า” จนกระทบกระเทือนกับการปฏิบัติหน้าที่ของ “เจ้าหน้าที่” ในพื้นที่
ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า “สื่อ” ในเครือ “กบฏ กปปส.” แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร !!!
ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า “หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์” นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ของ “บริษัท สารสู่อนาคต จำกัด” โดยจดทะเบียนก่อตั้งเมื่อ 28 กันยายน 2548 ด้วยทุนจดทะเบียน 20,000,000 ล้านบาท และตั้งอยู่ที่ 1850-1862 ซอยไทยโพสต์ ถนนเกษมราษฎร์ แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร
โดยมี 1. นายโรจ งามแม้น , 2. นางสาวจารุณี ธงวาส , 3. นายธีระพงศ์ ประภาประเสริฐ และ 4. นางกรรณิกา วิริยะกุล เป็นกรรมการบริหาร
และ “นายโรจ งามแม้น” นั้น ถูกระบุจากหลายแหล่งว่าคือ “เปลว สีเงิน” คอลัมนิสต์คนสำคัญ เจ้าของคอลัมน์ “คนปลายซอย”โดย “เปลว สีเงิน”
เมื่อตรวจสอบผลงานของ “เปลว สีเงิน” พบว่า เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 เว็บไซด์ไทยโพสต์ได้เผยแพร่บทความของ “เปลว สีเงิน” ในคอลัมน์ “คนปลายซอย” ในหัวข้อ “จงยอมผิดกฎหมายเพื่อทำสิ่งถูกให้ชาติ” ซึ่งเนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า “ ในความเป็น “เวียง-วัง-คลัง-นา” คุณสุเทพนำหน้า เข้าไปนั่ง-นอนรักษา “กระทรวงคลัง” หลายคนบอกว่า…
ผิดหลักสันติ-อหิงสา
บ้างว่า…สุเทพทำผิดกฎหมาย!
ผมอยากบอกว่า กฎหมายที่เป็นเครื่องกั้นการกอบกู้ชาติ เมื่อถึงคราวจำเป็น ผิด ก็ต้องยอมผิด
เพราะยอมผิดกฎหมาย ดีกว่าผิดใจมวลมหาประชาชนคนราชดำเนิน”
??????

ปลิว
และเมื่อย้อนกลับไปถึง “ผลงาน” ของ “เปลว สีเงิน” ซึ่งทำให้คนไทยได้รู้จัก “ตัวตน” ของ “ไทยโพสต์” อย่างชัดเจนก็คือบทความเรื่อง “อีก ๓ วันคือ “คำตอบของประเทศไทย?” ซึ่ง “เปลว สีเงิน” บรรจงเขียน ในคอลัมน์คนปลายซอย เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2553 ซึ่งเนื้อหาเป็นการโจมตีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ซึ่งขณะนั้นกำลังชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ของ “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” ตัดสินใจ “ยุบสภา” …ภายหลังจากที่ “พรรคประชาธิปัตย์” และ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้ขึ้นสู่อำนาจรัฐ ด้วยการ “ทำลายประเพณีประชาธิปไตย” …สลับขั้วทางการเมือง
โดยในท้ายบทความ “เปลว สีเงิน” ได้เสนอให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” จัดการกับ “การชุมนุมของคนเสื้อแดง” ในครั้งนั้นว่า “ประเด็นที่ฝ่ายรัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ ต้องนำไปแยกธาตุให้ชัดเจน เพื่อปฏิบัติการให้ตรงกับสถานการณ์และปัญหา อย่างน้อย นายกฯ อภิสิทธิ์-กองทัพ ต้องหยุดขัดแย้ง แล้วเข้าใจร่วมกันให้ได้ว่า
1.นี่ไม่ใช่การชุมนุม แต่เป็น “กบฏภายในราชอาณาจักร” โดยชาวบ้านถูกหลอกมาเป็นกำลังหลอน
2.มีกองกำลังติดอาวุธร้ายแรงเป็นหน่วยรบและ “ฆ่าทหาร” ที่ทำหน้าที่โดยมีจิตเมตตาต่อชาวบ้าน
3.กลุ่มกบฏในราชอาณาจักรไม่ยอมรับกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น และกำลังขยายแนว “ยึดสถานที่ราชการ” ทั่วประเทศ
4.ฝ่ายรัฐบาล ในหน่วยทหารมี “ไส้ศึก” คอยนำความลับทาง ศอ.รส.และศูนย์ ศอฉ.ไปบอกกับฝ่ายกบฏ
5.นายกฯ อภิสิทธิ์จะถอดใจ “ยุบสภา-ลาออก” ตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด
6.ขืนยุบสภา-ลาออก เท่ากับยกประเทศให้กบฏ ไม่ใช่รัฐบาลแพ้ แต่ประเทศพัง สถาบันจะถูกล้ม ระบบจะถูกเปลี่ยนทันที
7.ต้องแยกชาวบ้านออกจาก “กลุ่มกบฏ” ไม่ปราบ-ไม่ฆ่าประชาชน แต่ต้องปราบ-ต้องฆ่ากบฏชาติ-ประชาชน
8.ถ้ายันสถานการณ์โดยยึดกฎหมาย แต่บังคับใช้ไม่ได้อยู่ต่อไป ประชาชนจะหันหลังให้รัฐบาลและกองทัพ
9.นายกฯ ควรเข้าใจว่าสถานการณ์ไหนรัฐบาลเป็นพระเอก และสถานการณ์ไหนต้องให้กองทัพเป็นพระเอก
10.เมื่อ…นี่ไม่ใช่การชุมนุมโดยสันติตามรัฐธรรมนูญ การปราบกบฏไม่ใช่หน้าที่นายกฯ
11.ถ้ากองทัพจะประกาศใช้ “กฎอัยการศึก” ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุ และ
12.ห้ามทหาร “ปฏิวัติ-รัฐประหาร” เด็ดขาด!
…………
ชัดเจน ข้อ 7.ต้องแยกชาวบ้านออกจาก “กลุ่มกบฏ” ไม่ปราบ-ไม่ฆ่าประชาชน แต่ต้องปราบ-ต้องฆ่ากบฏชาติ-ประชาชน
ข้อ 10.เมื่อ…นี่ไม่ใช่การชุมนุมโดยสันติตามรัฐธรรมนูญ การปราบกบฏไม่ใช่หน้าที่นายกฯ
และข้อ 11.ถ้ากองทัพจะประกาศใช้ “กฎอัยการศึก” ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุ
… หลังเหตุการณ์ “กระชับวงล้อม-ขอคืนพื้นที่ราชประสงค์” ในเดือนพฤษภาคม 2553 อันเป็น “ปฏิบัติการณ์” ที่ทำให้มี “ผู้เสียชีวิต” จากเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง รวมแล้วกว่า 100 ศพ บาดเจ็บรวมกว่า 2,000 คน !!!
สาแก่ใจ…ไม๊ !!!

Related News

Share

About Author

mark