สัปดาห์ที่ผ่านมา “เว็บไซด์พระนครสาส์น” ได้นำเสนอข้อมูลเปรียบเทียบการทำงานของ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรป.ป.ช.” เร่งตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว” แต่กลับ “เกียร์ว่าง” ไม่มีการเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบ “การทุจริตโครงการระบายข้าวของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ซึ่งเกิดเหตุตั้งแต่ประมาณปี 2552-2553 ในช่วง “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” และมี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นนายกรัฐมนตรี …ที่ขณะนี้ ป.ป.ช.ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ

โดยเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2557 “ทีมงานพระนครฯ” ได้นำเสนอเรื่อง พฤติกรรม ป.ป.ช.เลือกปฏิบัติ 2 รบ.ตัวชี้วัด 2 มาตรฐานองค์กรอิสระไทย..ดองทุจริตมาร์ค-เลือกจัดหนักเฉพาะฝ่าย!
พร้อมกับนำเสนอเรื่อง แฉป.ป.ช.สอบโกงระบายข้าว รบ.มาร์ค รากงอก 4ปีไม่คืบ เผยหลักฐาน ดีเอสไอ ส่งสำนวนจี้ 2ปีแล้ว..เฉย!!
และวันที่ 25 มกราคม 2557 ได้นำเสนอเรื่อง โคตรชัด ป.ป.ช.(ไร้)มาตรฐาน!! คดีอัปยศ ปรส.รัฐบาล ปชป.ขายทรัพย์สินชาติสูญ 6 แสนล้าน..แต่ “คนชั่ว”รอด!
ล่าสุด เมื่อ 28 มกราคม 2557 “วิชา มหาคุณ” กรรมการ ป.ป.ช. ได้ยอมรับแล้วว่า “คดีทุจริตระบายข้าวรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในมือ ป.ป.ช. นั้นมีความล่าช้า อืดอาด ยืดยาด จริงๆ

โดยอ้างว่ามีสาเหตุเพราะ “น้ำท่วม” และ “ม็อบกบฎ กปปส.ปิดหน่วยราชการ” ทำให้การส่งเอกสารหลักฐานเกิดการติดขัด
“วิชา มหาคุณ” กรรมการป.ป.ช. ระบุว่า  กรณีทุจริตการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2552-2553 ตามที่มีการร้องเรียนโดย ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่กล่าวหาร้องเรียน นางพรทิวา นาคาศัย แกนนำพรรคภูมิใจไทย ในสมัยดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ และประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว และคณะทำงานว่า กระทำผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ในการประมูลขายข้าวออกต่างประเทศ เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประมูลซื้อข้าวในราคาต่อกว่าราคาตลาด และยังมีคนร้องเรียนกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ สมัยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรองประธาน กขช. นางพรทิวา สมัยดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ นายมนัส สร้อยพลอย สมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องมาให้ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการถอดถอนนางพรวิทา กรณีทุจริตในโครงการระบายข้าวสารของรัฐบาล รวมทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอส) ก็ได้ส่งหนังสือให้ไต่สวนโครงการระบายสินค้าเกษตรข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล เพื่อให้พิจารณาจำนวน 2 เรื่อง โดย ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งชุดในการไต่สวนคดีนี้ อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ไม่ถูกร้องให้ถอดถอน มีเพียงนางพรทิวาที่ถูกร้องให้ถอดถอน ส่วนนายอภิสิทธิ์ถูกร้องให้ดำเนินคดีอาญา ดังนั้น ทางป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนไปพร้อมกัน ทั้งกรณีของนายอภิสิทธิ์และนางพรทิวา โดยถือเป็นเรื่องเดียวกัน

nac
นายวิชา กล่าวต่อว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ไต่สวนทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรมการค้าต่างประเทศ องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อตก.) อดีตกรรมการระบายข้าว และบุคคลอื่นๆ อีก รวม 25 ราย โดยดำเนินการเรียกมาไต่สวนทุกวัน ไม่ได้หยุด พร้อมพยาน และยังมีหนังสือขอทราบข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารหลักฐานไปยังหน่วยงานต่างๆ 16 แห่ง แต่ปรากฎว่า มีหน่วยงานบางหน่วยไม่ส่งให้ โดยอ้างว่า เอกสารเหล่านั้นถูกน้ำท่วมไปเมื่อปี 54 ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงมีหนังสือเตือนไปยังหน่วยงานเหล่านั้นแล้ว โดยเฉพาะองค์การคลังสินค้า (อคส.)ที่มีปัญหาเรื่องการจัดส่งเอกสารในการระบายข้าวสาร ซึ่ง ป.ป.ช.เห็นใจ เพราะเป็นเรื่องการระบายข้าวตั้งแต่ปี 52-53 โดยบางหน่วยงานก็ได้ระบุว่า ไม่สามารถส่งเอกสารให้ได้เพราะมีการขนย้ายเอกสารหลักฐานในช่วงน้ำท่วมทั้งใน กทม.และต่างจังหวัด นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่ยังส่งเอกสารให้ไม่ครบและล่าสุดอ้างว่าไม่สามารถเข้าทำงานในหน่วยงานได้ เนื่องจากมีการปิดล้อมสถานที่ราชการของผู้ชุมนุม กปปส.จึงทำให้พยานหลักฐานขัดข้อง ขอเรียนว่าป.ป.ช.ไม่ได้หยุดการไต่สวน
ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีของนายอภิสิทธิ์ ที่ถูกร้องนั้นเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2552 ป.ป.ช.ยังทำไม่เสร็จ แต่ทำไมคดีของรัฐบาลปัจจุบันจึงดูเหมือนจะเสร็จเร็วกว่า นายวิชา กล่าวว่า “เพราะกรณีนี้เอกสารหลักฐานมันสดๆ ร้อนๆ จะเห็นว่าเมื่อถูกร้องท่านก็ยังอยู่ในตำแหน่ง เอกสารหลักฐานจะได้มาง่ายกว่า”
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ไม่เกรงว่าจะถูกมองว่าจ้องทำลายรัฐบาลหรือ นายวิชา กล่าวว่า อย่างที่บอกแล้วว่าเอกสารตั้งแต่ปี 52-53 แต่เพิ่งมาร้องเรียน แล้วปี 2554 มีน้ำท่วมใหญ่แล้วมีใครบ้างที่ไม่ประสบเหตุน้ำท่วม ก็ต้องเห็นใจบ้าง เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องของเหตุใครจะป้องกันได้
… น้ำท่วมใหญ่ 2554 
… ม็อบกบฎ กปปส. ปิดหน่วยราชการ 
… ทำให้ “ป.ป.ช” ยังไม่ได้รับ “เอกสาร” จากหน่วยราชการต่างๆ
… ถ้า “ปัญหา” เท่านี้…ทำให้ “ป.ป.ช.” อันเป็นองค์กรตรวจสอบการทุจริตแห่งประเทศไทย “หมดปัญญา” ตรวจสอบพฤติกรรมทุจริตของ คนใน “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้
… และต้อง “จำใจ” ปล่อยให้เป็นประโยชน์กับ “บุคคลในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่ทุจริตและประพฤติมิชอบ
… และต้อง “จดจ่อ” เอาผิดฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดอยู่ข้างเดียวตลอดเวลา
… การอยู่ “นั่ง-ตด-รด-โต๊ะ” ไปวันๆ ในตำแหน่ง “ป.ป.ช.” มันดูจะเปลือง “ภาษีประชาชน” มากเกินไป!!!

Related News

Share

About Author

mark