“ศาลแพ่ง” พิพากษาสั่งห้าม ใช้ ประกาศข้อกำหนด ที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในการควบคุมความสงบเรียบร้อยการชุมนุมของม็อบ กปปส. 
1.ห้ามส่งเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของโจทก์
2.ห้ามยึดอายัดเคมีภัณฑ์
3.ห้ามออกคำสั่งรื้อถอนทำลายสิ่งกีดขวาง
4.กรณีซื้อขาย ใช้ และครอบครองเครื่องอุปโภคบริโภคไม่ต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่
5.ห้ามสั่งปิดการจราจรและเส้นทางคมนาคม
6.ห้ามจำเลยสั่งห้ามไม่ให้ชุมนุมตั้งแต่5คนขึ้นไป
7.ห้ามจำเลยสั่งห้ามใช้เส้นทางการจราจร
8.ห้ามจำเลยสั่งห้ามเข้าอาคาร
และ9.ห้ามสั่งให้อพยพหรือห้ามไม่ให้เข้าออกในพื้นที่ชุมนุม

พลันที่สิ้นเสียง “คำสั่งศาลแพ่ง” ห้ามเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการณ์เพื่อรักษาความปลอดภัย ตามประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ก็เกิดเหตุการณ์ความรุนแรง 3 เหตุรวด ระเบิด-กราดยิง เวที กปปส.ตราด – เอ็ม 79 ใส่ศาลแพ่ง และ บึ้ม ใกล้เวที กปปส.ราชประสงค์
…ตาย-เจ็บ ระนาว !!!
แต่คำถามสำคัญ ในเชิงระบบ คือ เพราะเหตุใด กฎหมายที่ใช้ในการรักษาความสงบ จึงไม่สามารถบังคับใช้ได้
และที่สำคัญไปกว่านั้น ก็คือ “คำพิพากษาศาลแพ่ง” ที่ออกมา ด้วยการ “ห้ามใช้ประกาศ ตาม พรก.ฉุกเฉิน ในการควบคุมความสงบเรียบร้อยของสังคม” แสดงให้เห็นซึ่ง “มาตรฐาน” ของ “กระบวนการยุติธรรม” ของไทยได้ชัดเจนแล้วหรือไม่ ??
โดยเฉพาะ ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของประชาชน พ.ศ.2553 รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ประกาศใช้อำนาจตาม พรก.ฉุกเฉิน อย่างเอิกเกริก พร้อมกับสั่งให้เจ้าหน้าที่ “ติดอาวุธ-ใช้กระสุนจริง” จนกระทั่งมีคนเสียชีวิต รวมกว่า 100 ศพ บาดเจ็บรวมกว่า 2,000 ราย แต่กระบวนการยุติธรรมของไทย ก็ไม่เคยได้มีการยับยั้ง-ห้ามปราม แม้ในขณะนั้นจะมีผู้พยายามร้องขอแล้วก็ตาม !!! 
“ทีมงานพระนครฯ” ได้รวบรวม ประกาศ-คำสั่ง ตาม “พรก.ฉุกเฉิน” ในปี 2553 ยุค “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เปรียบเทียบให้ชัดเจนกับ “ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน” ในปี 2557 เพื่อให้ ทุกท่าน ได้พิจารณาถึง “มาตรฐาน” ของ “กระบวนการยุติธรรม” ของไทย
ว่าแท้จริงแล้วเป็น “กระบวนการยุติธรรม” ที่คนไทยยังสามารถพึ่งพิงอาศัยขอ “ความเป็นธรรม” ได้ หรือกลายเป็น “ขบวนการ (อ)ยุติธรรม” กันไปหมดแล้ว !!

ร1

 

ร2

Related News

Share

About Author

mark