“ชัยชนะ” ที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” แกนนำม็อบกบฏ กปปส. ประกาศ เกินกว่า 20 ครั้ง ตลอดการชุมนุม 4 เดือนเต็มนั้น ไม่สามารถช่วยให้ “กบฏ กปปส.” ไปถึง “เป้าหมาย” ในการโค่นล้มรัฐบาลประชาธิปไตย ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนได้แม้แต่ครั้งเดียว
กลับกันการ ประกาศ “ถอย” เพียง 1 ครั้ง ด้วยการ “ยุบเวทีปราศรัย” สำคัญ ทั้ง อโศก ปทุมวัน ราชประสงค์และสีลม เหลือเวทีสวนลุมพินี เพียงเวทีเดียวนั้น กลับสร้าง ร่องรอยแห่งความถดถอยที่แสดงให้เห็นเงาแห่งความพ่ายแพ้ได้อย่างมากมาย !!
แต่ถึงกระนั้น ทุกฝ่ายยังคงเชื่อตรงกันว่า แม้ “กปปส.” จะถดถอยและพละกำลังลดลง ไม่ว่าจะด้วยเพราะสาเหตุอะไร แต่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ไม่มีทางที่จะลดราวาศอกการปลุกระดมอย่างแน่นอน เพราะครั้งนี้ถือเป็นเดิมพันครั้งสำคัญ ต่อชีวิต “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และบุคคลแวดล้อมอีกจำนวนหนึ่งด้วย
รวมไปถึง “แทน เทือกสุบรรณ” ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ที่กำลังอยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีบุกรุกเขาแพง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
สำหรับ “คดีบุกรุกเขาแพง” อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี” นั้น คณะกรรมการคดีพิเศษได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2555 เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2555 ให้กรณีการบุกรุกที่ดินของรัฐ ป่าในพื้นที่เขาแพง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นคดีพิเศษ และได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 63/2555
ซึ่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินคดีต่อผู้ต้องหา 4 ราย ประกอบด้วย
1. นายพงษ์ชัย ฟ้าทวีพร อายุ 48 ปี
2. นายสามารถ เรืองศรี อายุ 56 ปี ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความใกล้ชิดกับ นายสุเทพเทือกสุบรรณ
3. นายแทน เทือกสุบรรณ อายุ 32 ปี บุตรชายนายสุเทพ เทือกสุบรรณ
และ 4. นายบรรเจิด เหล่าปิยะสกุล อายุ 58 ปี บุคคลที่มีความใกล้ชิดกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ
ในข้อหา “ก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และเข้าไปยึดถือ ครอบครอง ก่นสร้าง หรือเผาป่าในที่ดินของรัฐโดยมิได้มีสิทธิ์ครอบครองหรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 และ ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวอยู่บนเอกสารสิทธิ์ที่ออกโดยมิชอบ ดังนี้
1. น.ส.3 ก.เลขที่ 3301, 3302 และ 3285 หมู่ที่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ส่วนที่ออกโดยมิชอบ 31-2-97 ไร่ (โดยในส่วนนี้ได้ดำเนินคดีกับนายพงษ์ชัย และนายสามารถ)
2.โฉนดที่ดินเลขที่ 28109 เฉพาะส่วนที่เกินจากที่ดินตาม น.ส.3 ก.เลขที่ 3301, 3302 และ 3285 มีการรวมแปลงเป็นโฉนดเลขที่ 28109 เป็นเนื้อที่ 14 ไร่ หมู่ที่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี (โดยในส่วนนี้ดำเนินคดีกับนายแทน และนายบรรเจิด)

ทวย

โดยพฤติการณ์ก็คือ นายพงษ์ชัย และ นายสามารถ ได้ดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ (น.ส.3) จำนวน 3 แปลง เลขที่ 3301, 3302 และ 3285 หมู่ที่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เนื้อที่ส่วนที่ออกโดยมิชอบ 31-2-97 ไร่ ซึ่งเป็นการออกเอกสารโดยขยายเขต จาก สค.1 เดิม และอีก 1 แปลงเป็นเอกสารสิทธิ์โดยใช้ สค.1 บิน มาจากที่อื่น นำมาออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว

ต่อมา นายพงษ์ชัย และ นายสามารถ ได้ขายที่ดินดังกล่าวให้กับ “แทน เทือกสุบรรณ” บุตรชายนายสุเทพและ นายบรรเจิด โดยทั้งสองคนได้นำที่ดินดังกล่าวไปยื่นขอออกโฉนด โดยรวมกันเป็นที่ดินแปลงเดียว และได้ขยายเขตที่ดินออกไปอีก 14 ไร่ ตามโฉนดเลขที่ 28109 หมู่ที่ 6 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี รวมเป็นที่ดินทั้งสิ้น 45 ไร่เศษ
ซึ่งที่ดินที่มีการขยายเพิ่มเติมเป็นบริเวณที่มีความลาดชันมาก และไม่มีหลักฐานที่ดินเดิม ซึ่งไม่เข้าข่ายที่จะสามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้ตามกฎหมาย และในขณะถูกดำเนินคดี ในปี 2556 นั้นทางกรมที่ดินได้ทำการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่ดินเฉพาะ 14 ไร่ดังกล่าวนี้แล้ว ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การออกโฉนดที่ดินในส่วนนี้ผิดกฎหมาย !!!
กรณี นายบรรเจิด ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดนายสุเทพ และเป็นผู้ดำเนินการแทน ให้กับ นายแทน เทือกสุบรรณ ในเรื่องเอกสารต่างๆ อีกทั้งเป็นผู้ดำเนินการสร้างอ่างเก็บน้ำ ในที่ดินเขาแพงนั้นเดิมเป็นลำรางสาธารณะ เพื่อให้น้ำไหลลงมาด้านล่างของเขา โดยสร้างอ่างเก็บน้ำไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในที่ดินของตัวเอง นอกจากนี้ยังพบว่าคนกลุ่มนี้ได้มีการนำเอาที่ดินไปจัดทำเป็นโครงการบ้านพักตากอากาศและยื่นขออนุญาตก่อสร้างไปยังเทศกาลเกาะสมุยแล้วด้วย เพียงแต่ยังไม่ได้รับการอนุญาต เนื่องจากพนักงานสอบสวนได้ทำหนังสือคัดค้านเอาไว้แล้ว
โดย พนักงานสอบสวน มีความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ตามข้อกล่าวหาและส่งเรื่องไปยัง พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2555 ซึ่งเมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2556 พนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษได้มีคำสั่งฟ้องบุคคลดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ในส่วนของการ “ออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ” นั้น ก็ได้มีการส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ป็นอีก “คดี” ของคนในเครือข่าย “สุเทพ เทือกสุบรรณ” และ “พรรค ปชป.” ที่ตกอยู่ในมือ “ป.ป.ช.” !!
เมื่อไรที่ “กปปส.” และ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” หมด “อิทธิพล” … “จบ” วิถีทางอันธพาลข้างถนนลงเมื่อไร … เตรียมตัวได้ “แทน เทือกสุบรรณ” !!!

Related News

Share

About Author

mark