เมื่อ 19 มีนาคม 2556 คอลัมนิสต์ชื่อดัง “ใบตองแห้ง” ได้แชร์ เนื้อหาข่าว หลุด เอกสารประวัติรับทุน “สสส.”หึ่ง “สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อฯ”ผูกขาด 7ปีต่อเนื่อง อ้าง “สื่อสารสุขภาวะ”ถลุงไม่ต่ำ 96ล้าน จับตา “ขัดวัตถุประสงค์กองทุน”หรือไม่ ? “
ไปยัง “เฟสบุ๊คส่วนตัว” พร้อมโพสต์ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “เว็บข่าวสืบสวนสอบสวน “สำนักข่าวอิศรา” เจอทีเด็ด “พระนครสาส์น” สืบย้อนศรเข้าให้แล้ว
5 ปีสถาบันอิศรา ฟาดงบ สสส.เกือบ 100 ล้าน!!!!! ตั้งแต่ยุคชวรงค์ ลิมปัทมปาณี ถึงประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธิ์
เห็นทีมือตรวจสอบทรัพย์สินชาวบ้าน จะต้องเอาบัญชีทรัพย์สินตัวเองมาชี้แจงแล้วนะครับว่า สถาบันอิศราใช้อะไรไปบ้าง เงินเดือน ค่ารถ เบี้ยประชุม ฯลฯ ฟาดกันเท่าไหร่
คนในวงการสื่อ สมาชิกสมาคมนักข่าว ยังไม่รู้เลยนะครับว่า สถาบันกับสมาคมนักข่าวซึ่งเป็นคู่แฝดกัน (แต่รับตังค์ในนามสถาบัน) ใช้เงินทำอะไรไปบ้าง
ผมก็ไม่ค่อยรู้หรอก แต่เคยเขียนไปนานแล้วว่า ผอ.สถาบันอิศราเงินเดือน 7 หมื่น (ตอนนี้ขึ้นหรือยัง?) สมัยชวรงค์รับครึ่งเดียวเพราะทำงานไทยรัฐอยู่ สมัยประสงค์รับเต็ม แล้วไปรับครึ่งเดียวจากกรรมการปฏิรูปกฎหมายชุดคณิต ณ นคร (เขาเรียกว่ากรรมการไม่เต็มเวลา มีบรรเจิด สิงคะเนติ เป็นด้วย เงินเดือนเท่าองค์กรอิสระแต่พวกครึ่งเวลานี่รับครึ่งเดียว)
วิธีให้งบ สสส.ก็ตลกดีนะ บอกว่า “ส่งเสริมระบบการสื่อสารเพื่อสุขภาวะ” 18 ล้าน “พัฒนาองค์ความรู้สื่อมวลชนเพื่อสนับสนุนระบบสื่อสารเพื่อสุขภาวะ” 5.2 ล้าน แต่อ่านข่าวอิศราแล้วยังงงว่าสุขภาวะอยู่ตรงไหน
หรือสุขภาวะของ สสส.หมายถึง “โค่นระบอบทักษิณ”

….

ชี้ให้เห็นร่องรอยของ “เงื่อนงำ” ใน สมาคมสื่อ-สถาบันอิศรา และ สสส. ในการกระบวนการและขั้นตอน ในการ “เสนอ” และ “สนอง” ต่อ “ทุนโครงการ” ต่างๆ ที่มีการจัดทำเพื่อขอรับทุนสนับสนุนจาก สสส. !! 

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า คอลัมนิสต์ชื่อดัง “ใบตองแห้ง” ได้เคยเขียนบทความถึงความสัมพันธ์ของ “สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)” กับ “สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย” และ “ผลประโยชน์มหาศาล” ที่โยงใยอยู่ในอาณาจักรของ “สสส.” ไว้โดยละเอียด ซึ่งมีการเผยแพร่อาไว้ในเว็บไซด์ประชาไท เมื่อ 3 มีนาคม 2554
ในเรื่อง “ใบตองแห้ง..ออนไลน์: อุดมการณ์สื่อ SAGA: สื่อสร้างสรรค์ กรณีศึกษา: สถาบันอิศรา”

ซึ่ง “พระนครสาส์น” ขอนุญาตคัดลอกบางส่วนมานำเสนอ เพื่อให้เห็นภาพความสัมพันธ์ของเครือข่ายเหล่านี้ให้ชัดเจนมากขึ้น

โดยตอนหนึ่งของบทความ “ใบตองแห้ง” ระบุว่า “…ผู้อ่าน หนังสือพิมพ์ทั้งหลายคงพอรู้เห็นว่า สสส.เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่รายหนึ่ง ซื้อโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์ ทั้งโฆษณาตรง โฆษณาแฝง แต่โฆษณาแฝงของ สสส.ไม่มีใครด่าเหมือนที่นิตยสารสารคดีโดนด่าฐานรับโฆษณาแฝง ปตท.เพราะ สสส.ลงโฆษณาแฝงในรูปของข้อเขียน บทความ รายงานพิเศษ เกี่ยวกับเรื่องดีๆ คนดีๆ ทั้งหลาย เช่น การรวมตัวของชุมชน กิจกรรมชุมชน การส่งเสริมคุณภาพชีวิต กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็ก ฯลฯ โดยบางครั้งก็ไม่พะโลโก้ สสส.ทำเหมือนกับหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นเขียนเอง

ถามว่าผิด ตรงไหน ไม่ผิดหรอกครับ เพราะเป็นเรื่องที่น่าส่งเสริม เพียงมีข้อพึงสังวรณ์ว่า ในภาพรวมมันก็คือการนำเสนอแนวคิดลัทธิประเวศ มาครอบงำชี้นำสังคมในเรื่องแนวทางการพัฒนาประเทศแต่ผู้เดียว ในแง่ของสื่อ มันสร้างความเคยชินว่า จากเมื่อก่อนที่เราเคยเสนอข่าวเรื่องดีคนดีอย่างมีอิสระ ไม่หวังผลตอบแทน ตอนนี้เราได้ค่าโฆษณาด้วย ในแง่ของ สสส.มันก็คือการ “ซื้อสื่อ” จนทำให้ไม่มีสื่อหน้าไหนกล้าวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ สสส.(ลองพูดสิว่า สสส.ใช้เงินสิ้นเปลือง จะได้ลดงบโฆษณา)

แต่ผู้อ่าน หนังสือพิมพ์ทั้งหลาย หรือแม้แต่คนในวงการสื่อที่ไม่ค่อยได้ร่วมกิจกรรมสมาคมนักข่าว คงไม่รู้หรอกว่า สสส.ยังเป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ โดยผ่านการให้ทุนสถาบันอิศรา ทำโครงการที่ชื่อว่า “ปฏิรูป ระบบสื่อสารเพื่อสุขภาวะ” ให้ทุนกันมาแล้ว 14 ล้านบาทเศษ ตั้งแต่ต้นปี 2551 ถึงกลางปี 2552 เป็นเวลาปีครึ่ง รอบสองก็ต่ออีกปีครึ่ง เข้าใจว่าได้งบประมาณใกล้เคียงกัน (เพราะผู้จัดการ สสส.มีอำนาจอนุมัติงบไม่เกิน 20 ล้าน เกินนั้นต้องเข้าบอร์ด)
14 ล้าน อุแม่เจ้า ถ้าอิศรา อมันตกุล ฟื้นคืนชีพขึ้นมาคงร้องอุทาน …”

นอกจากนี้ “ใบตองแห้ง” ได้ระบุในบทความเดียวกันที่เขียนเอาไว้ในวันที่ 3 มีนาคม 2554 อีกว่า…

… “ต้องทำความ เข้าใจตรงนี้ก่อนว่า สมาคม และสถาบันอิศรา เป็น 2 องค์กรที่แยกกัน สมาคมมีนายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งของสมาชิก ปัจจุบันคือประสงค์ จะครบวาระและมีการเลือกตั้งใหม่วันที่ 4 มี.ค.นี้ ส่วนสถาบันอิศรามีคณะกรรมการบริหารที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการมูลนิธิ ซึ่งมี 13 คน เป็นผู้แทนสมาคมนักข่าว 3 คน สภาการหนังสือพิมพ์ 3 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิสายวิชาชีพ 3 คน ผู้ทรงคุณวุฒิอื่นอีก 4 คน ส่วนกรรมการสถาบันมี 7 คน เป็นผู้แทนสมาคม 2 ผู้แทนสภา 1 ผู้ทรงคุณวุฒิ 3 และ ผอ.ซึ่งปัจจุบันชวรงค์เป็น ผอ.

นายกสมาคมฯ เป็นงานอาสา ไม่มีเงินเดือน ขณะที่ ผอ.สถาบันอิศรา อันที่จริงต้องการคนทำงานเต็มเวลา อัตราเงินเดือน 60,000 บาท แต่ยังหาไม่ได้ เลยให้ชวรงค์มาทำงานกึ่งอาสา รับเงินเดือนครึ่งเดียวโดยยังทำไทยรัฐอยู่ด้วย

พูดง่ายๆ ว่าเงินทุนทั้งหมดเข้ามาทางศูนย์อิศรา สมาคมไม่มีกะตังค์ (มีแค่รายได้จากหนังสือรายงานประจำปี) ฉะนั้นเวลาจัดกิจกรรมต่างๆ ช่วงหลังก็จะจัดในนามศูนย์อิศรา” …

สสส1

“ใบตองแห้ง” ยังระบุอีกว่า

… “ที่เขียนมาทั้งหมดเนี่ย ผมไม่ได้บอกว่าเป็นเรื่องเลวร้ายนะครับ และไม่ได้มีการทุจริตประพฤติมิชอบ แม้มีเรื่องไม่เหมาะไม่ควรบ้าง ก็เป็นเรื่องเฉพาะส่วน เช่นการอบรม บสส.บสก.ก็เป็นเรื่องของผู้เข้าอบรม ไม่ใช่สมาคมหรือสถาบันเป็นตัวตั้งตัวตี คนที่เอ่ยชื่ออย่างประสงค์ ภัทระ ชวรงค์ ก็เป็นคนที่ทำงานอาสาให้ส่วนรวม ทำงานให้สมาคมมาร่วม 20 ปี

แต่สิ่งที่ ผมตั้งข้อสังเกต คือเงินทุนก้อนมหึมาของ สสส.แม้จะเอามาทำเรื่องดีๆ แต่ก็เปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานของสมาคมนักข่าว ที่เคยเป็นสมาคมจนๆ ทุกคนทำงานด้วยใจรัก ไม่มีค่าตอบแทน ให้กลายมาเป็นอีกวัฒนธรรมหนึ่ง ที่ถ้าเปลี่ยนตัวบุคคลจากนักข่าวไปเป็นนักการเมือง มันก็คือการทำงานแบบกรรมาธิการ

เมื่อก่อน หนังสือพิมพ์ฉบับไหนมีนักข่าวมาทำงานให้สมาคม เรามักถือว่าเขามาอาสาช่วยงานส่วนรวม –พี่ วันนี้ขอลาไปงานสมาคมนะ โอเค ได้เลย ไม่มีปัญหา เพราะหัวหน้าข่าว บก.ข่าว หรือเจ้าของหนังสือพิมพ์คิดว่ามาทำงานฟรี ไม่มีค่าตอบแทน อย่างมากก็ได้เบี้ยประชุมเล็กๆ น้อยๆ

แต่ตอนหลัง มันชักจะยังไงละครับ เพราะนักข่าวที่มาทำงานให้สถาบันอิศรา มีเงินเดือนเพิ่ม ถ้าคุณลางาน เลี่ยงงาน มาทำงานให้สถาบัน เพื่อนฝูงรู้ก็เริ่มเขม่น หัวหน้าก็อึดอัด เช่นนักข่าวบางคน ค่ายยักษ์ใหญ่เขาซื้อตัวมาจากอีกค่ายหนึ่งด้วยอัตราเงินเดือนสูงลิบ เขาห้ามรับจ็อบ แต่เธอยังมาทำงานสถาบันอิศรา ต้นสังกัดก็พูดไม่ออก

นักข่าวบางคนไม่ได้เงินเดือน แต่เข้าไปเป็นกรรมการ อนุกรรมการ ที่ปรึกษาโครงการ ซึ่งต้องเข้าประชุมบ่อยๆ อัตราค่าประชุมมาตรฐานโครงการ สสส.คือคนละ 1,000 บาท บางคนตอนเช้าประชุมอนุฯ ของสมาคมได้เบี้ยประชุม 500 เข้าประชุมยังไม่เลิกขอออกมาก่อน แล้ววกขึ้นไปประชุมที่สถาบันอิศรา ได้อีก 1,000 สบายไป

พูดในภาพรวม ก็คือมันเกิดความสับสนระหว่างงานอาสาด้วยใจรัก กับการรับจ็อบหารายได้พิเศษ ซึ่งถ้าไม่ระวัง มันก็จะพัฒนาไปอีก เช่นการเล่นพรรคเล่นพวก ดึงเอาคนนั้นคนนี้เข้ามาทำงานที่ได้ค่าตอบแทนสูง

นี่คือปัญหา ในการสนับสนุนเรื่องดีคนดีของลัทธิประเวศ ซึ่งผมสันนิษฐานว่าหมอประเวศแกเชื่อภาษิตจีนโบราณที่ว่า เงินทองใช้ภูตผีโม่แป้งได้ แกก็เลยเอาเงินเป็นตัวตั้ง มาจ้างคนทำความดี

ถ้าให้พูดแบบ extreme เชิงล้อเลียนหน่อยๆ ผมก็มองการทำงานของ สสส.ว่า สมมติมีสามล้อหรือแมงกะไซค์รับจ้างตั้งวงเตะตะกร้อออกกำลังกายกันปากซอย สนุกสนานเฮฮาตามอัตภาพ สสส.มาเห็นเข้า ก็จะกระโดดเข้าไปส่งเสริมสนับสนุน ทำโครงการ ให้งบประมาณไปซื้อลูกตะกร้อ ซื้อน้ำซื้อน้ำแข็งใส่กระติก ให้เงินบำรุงทีม แจกเสื้อทีม กางเกง รองเท้า จัดหานักวิชาการมาอบรมคุณค่าของการออกกำลังกาย จากนั้นก็ติดป้าย “ห้ามสูบบุหรี่”

จากการออกกำลังกายสนุกสนานเฮฮา มันก็กลายเป็นจ้างออกกำลังกาย และอาจจะวงแตก เพราะความเบื่อ พวกกรูเตะตะกร้อเล่นของกรูอยู่ดีๆ เมริงจะมาทำให้ยุ่งยากอะไรนักหนา เดี๋ยวก็อบรม เดี๋ยวก็วิจัย เดี๋ยวก็จัดเวทีสาธารณะ ฯลฯ หรือไม่ก็วงแตกเพราะผลประโยชน์ จากที่เคยเรี่ยไรกันบาทสองบาทซื้อลูกตะกร้อ พอมีเงินบำรุงทีมกลับทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจ ใครเอาเงินไปทำอะไรบ้าง จ้องจับผิดจนผิดใจกัน

เหมือนอย่างสถาบันอิศรา ก็เลยถูกผมจ้องจับผิดอยู่นี่ไง ฮิฮิ (ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้เป็นสมาชิก ไม่เคยไปช่วยงานสมาคมนักข่าวซักนิด)

ก็ฝากไว้ให้ สังวรณ์ สำหรับสมาคมนักข่าวที่จะเลือกกรรมการชุดใหม่ โดยเชื่อว่า สสส.คงไม่ถึงกับมีส่วนกำหนดว่าใครจะเป็นนายกสมาคม แต่ไม่แน่เหมือนกัน สมมติผมสมัครสมาชิก หาเสียงชิงตำแหน่งนายกฯ สมัยหน้า สสส.คงยอมไม่ได้ที่จะให้นายกสมาคมนักข่าวสูบบุหรี่ปุ๋ยๆ แถมยังชอบวิจารณ์หมอประเวศวันละ 3 เวลาหลังอาหาร”

….

ข้อเขียนของ “ใบตองแห้ง” แสดงให้เห็นถึง “ตัวตน” ของ “สถาบันอิศรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย” ที่โยงใยไปถึง “กระบวนการ” ของ “สสส.” องค์กรในคาถาของ “ลัทธิประเวศ” ในการเข้าครอบงำสื่อ !
กระทั่ง “เทคนิค” การ “หารายได้เพิ่ม” ของ “บุคคลในวิชาชีพสื่อ” ในการสร้างอิทธิพล-สร้างรายได้-เพิ่มรายรับ !!
“ข้อเท็จจริง” ที่เกิดขึ้น ของวิธีการ … “รับเงินเดือนซ้อน” เดือนละหลายหมื่นบาท !!!
และ “เทคติก” การจัดทำโครงการ ขึ้นมาเพื่อดึง “งบประมาณ” จาก “ภาษีประชาชน”  อย่างเนียนๆ ในนามของ “องค์กรวิชาชีพ” !!!!

ใบตอง3

 

Related News

Share

About Author

mark