ร่ำลือกันมานานว่า ปมประเด็น “โครงการรับจำนำข้าว” ที่ “ป.ป.ช.” กำลังดำเนินการกับ “รัฐบาลพรรคเพื่อไทย” อย่างเร่งด่วนขณะนี้ จะเป็นประเด็นที่ “ม็อบ กปปส.” ตั้งหน้าตั้งตารอตามฝันหวาน  “ทฤษฎีมะม่วงหล่น” !

ซึ่งก็สอดคล้องต้องกันเป็นอย่างยิ่งกับ การกระทำของ “ป.ป.ช.” ที่เร่งทำงานเต็มที่ …ประกาศ “ขีดเส้นตาย” ไม่เว้นแต่ละวัน ชนิดไม่ได้คิดเลยว่าใครจะมองว่าเป็นพฤติกรรมร่วมมือร่วมใจ “เขย่ามะม่วงใต้ต้น” !!
ล่าสุดมีการพบว่า “ป.ป.ช.” ที่อ้างว่าดำเนินการไต่สวน “คดีโครงการรับจำนำข้าว” จาก คำร้องขอให้ถอดถอด “นายกรัฐมนตรี”ออกจากตำแหน่ง ที่ประธานวุฒิสภาส่งมาภายหลังจาก “พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นถอดถอนในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ปรากฏว่า “ป.ป.ช.” ได้ตั้ง “ข้อกล่าวหา” เพิ่มเติมด้วยตัวเอง โดยอ้างว่าเป็น กรณีที่ “คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัยว่าท่านได้ปล่อยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว โดยเพิกเฉยไม่ระงับยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ทางราชการตามที่มีอำนาจหน้าที่”
กลายเป็นอีกข้อหาที่ผุดขึ้นมา ระหว่างที่ “ป.ป.ช.” กำลังไต่สวน “โครงการรับจำนำข้าว” ภายหลัง “พรรคประชาธิปัตย์” ได้รวบรวมรายชื่อยื่นถอดถอนต่อประธานวุฒิสภา
แต่ได้ทำให้ “กรรมการกลาง” ตรวจสอบอย่าง “ป.ป.ช.”  กลายสภาพเป็น “ผู้กล่าวหา” ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง
โดยกระบวนการไต่สวนนายกรัฐมนตรีกรณีโครงการรับจำนำข้าว ครั้งนี้จึงมี “ผู้กล่าวหา” 2 ส่วน คือ “พรรคประชาธิปัตย์” ซึ่งได้ยื่นถอดถอนเอาไว้ในสมัยที่เป็น “พรรคฝ่ายค้าน” และ “ป.ป.ช.” ซึ่งเป็น “ผู้กล่าวหา” และเป็น “ผู้ไต่สวน” ไปพร้อมกัน ภายหลังจาก “ป.ป.ช.” อ้าง “ข้อสงสัย” และ “แจ้งข้อกล่าวหา” เพิ่มเติม 
โดยเมื่อตรวจสอบ “มติ ป.ป.ช.” ย้อนหลัง ก็พบว่า เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2557 “ป.ป.ช.” ได้ “มีมติให้ดำเนินการไต่สวนนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในกรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว” กับ “กรณีประธานวุฒิสภาส่งเรื่อง ซึ่ง ส.ส.พรรค ปชป.146 คน ร้องขอให้ถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง ในการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าว” … “เข้าด้วยกัน” เพื่อดำเนินการ “ไต่สวน” ไปพร้อมกันในครั้งเดียว !!

งอกซึ่งการรวม 2 สำนวนเพื่อไต่สวนพร้อมกันในครั้งนี้ นอกจากจะน่าจับตาว่า การที่ “ป.ป.ช.” มีมติยกระดับตัวเองให้เป็น “ผู้กล่าวหา” ร่วมกับ “พรรคประชาธิปัตย์” นั้นเหมาะสมหรือไม่แล้ว??? ที่น่าสนใจยิ่งกว่า คือ “ป.ป.ช.” สามารถ “รวมสำนวน” กรณี “การยื่นถอดถอน” เข้ากับ “สำนวนคดีอื่น” ได้หรือไม่ ?? เนื่องจากสุดท้าย “ป.ป.ช.” ต้องรายงานผลการสอบสวน “กรณีการยื่นถอดถอน” ไปยัง “วุฒิสภา” หากมีการชี้มูลความผิด  

โดย “รัฐธรรมนูญ 2550” มาตรา 272  ระบุว่า “เมื่อไต่สวนเสร็จแล้ว ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทำรายงานเสนอต่อวุฒิสภา โดยในรายงานดังกล่าวต้องระบุให้ชัดเจนว่าข้อกล่าวหาตามคำร้องขอข้อใด มีมูลหรือไม่ เพียงใด มีพยานหลักฐานที่ควรเชื่อได้อย่างไร พร้อมทั้งระบุข้อยุติว่าจะให้ดำเนินการ อย่างไรด้วยในกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเห็นว่าข้อกล่าวหา ตามคำร้องขอข้อใดเป็นเรื่องสำคัญ จะแยกทำรายงานเฉพาะข้อนั้นส่งไปให้ประธานวุฒิสภาตามวรรคหนึ่ง เพื่อให้พิจารณาไปก่อนก็ได้”
แปลไทยเป็นไทย คือเมื่อ “ป.ป.ช.”ไต่สวนเสร็จแล้ว ให้ทำรายงานเสนอต่อวุฒิสภาพร้อมระบุให้ชัดเจนว่า “ข้อกล่าวหาตามคำร้องมีมูลหรือไม่ เพียงใดและหลักฐานเชื่อได้อย่างไร” เท่ากับ “ป.ป.ช.” มีอำนาจดำเนินการสอบสวนได้ตามที่ได้มี “คำร้อง” มาเท่านั้น หรือไม่ ??
ในส่วนนี้จึงย้อนกลับไปที่ “คำถาม” ว่า “ป.ป.ช.” สามารถนำกรณี “ถอดถอน” ไปรวมกับ “สำนวนคดี” ที่ “ป.ป.ช.” ตั้งข้อกล่าวหาขึ้นใหม่ด้วยตัวเองได้หรือไม่ ???
ซ้ำร้าย “การพยายามรวมสำนวนของ ป.ป.ช.” ยังอาจจะถูกมองว่าเป็นความพยายามที่จะ “เร่ง” กระบวนการเพื่อนำไปสู่ “การชี้มูล” ในท้ายที่สุดหรือไม่ ???
ที่สำคัญคือ ทั้งกรณีที่ “ป.ป.ช.” ตั้งข้อสงสัย แล้วตั้ง “ข้อกล่าวหาใหม่” ขึ้นมาเอง และกรณีการรวมสำนวนเพื่อไต่สวนไปพร้อมกันทั้ง 2 สำนวนนั้น “ป.ป.ช.” ได้ดำเนินการกัน “คดี” อื่นๆ ของ “พรรคประชาธิปัตย์” เพื่อให้เป็น “มาตรฐานเดียวกัน” ทั้งหมดหรือไม่ ???
หรือเป็นเพราะ “มาตรฐาน” แบบนี้ เอาไว้ดำเนินการกับเฉพาะบางฝ่ายทางการเมือง
แต่ในส่วนของ “คดีทุจริต” ที่มีเหล่า “สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์” เป็น “ผู้ถูกกล่าวหา” นั้น “ป.ป.ช.” จะมีรูปแบบการดำเนินการอีกอย่างหนึ่ง ???
เพราะเท่าที่มีการตรวจสอบพบในขณะนี้คือ “แกนนำพรรคประชาธิปัตย์” และ “อดีตรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์” ได้มีประชาชนยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการตรวจสอบ “การทุจริตการระบายข้าวสารในสต็อกรัฐบาล” และ “กรณีการทุจริตโครงการประกันรายได้เกษตร” ของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2552-2553 ทั้งหมดแล้ว
แต่ยังไม่มีแววว่า “ป.ป.ช.” จะเคยมี “ข้อสงสัย” ที่นำไปสู่การตั้งข้อกล่าวหาใหม่ หรือแม้กระทั่งความชัดเจนการ “รวมสำนวนการสอบสวน” เพื่อดำเนินการ “ไต่สวน” ให้รวดเร็ว

เหมือนที่ “ป.ป.ช.” กระทำอยู่ตอนนี้…!!

Related News

Share

About Author

mark