ต้องยอมรับว่า “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ” ชุดปัจจุบัน เป็นชุดที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคณะหนึ่ง 

เพราะไม่เพียงข้อครหาเกี่ยวกับ “มาตรฐาน” การทำหน้าที่และคำตัดสินที่ออกมาหลายๆคดีแล้ว ประเด็นเรื่อง “ที่มา” ของ “ป.ป.ช.” ทั้งคณะ ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก “คณะรัฐประหาร 19 กันยายน 2549” ในนาม “คปค.” และ “ที่มา” ของ “กรรมการ ป.ป.ช.” แต่ละคนล้วน แต่เป็นสิ่งที่ได้รับการกล่าวขานถึงอยู่ตลอดเวลา
แน่นอนสิ่งเหล่านี้มีผลต่อ “ความน่าเชื่อถือ” ของ “ป.ป.ช.” เองโดยตรง !!!
ซึ่งในขณะนี้ ก็กำลังมี “กระบวนการสรรหา ป.ป.ช.” แทน “นายใจเด็ด พรไชยา” กรรมการ ป.ป.ช. ที่หมดวาระดำรงตำแหน่งลง เนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี
โดยกระบวนการสรรหาล่าสุด คือ เพิ่งผ่านพ้นขั้นตอนของ “สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา” ซึ่งเป็นฝ่ายธุรการในการเปิดรับสมัครบุคคลผู้มีคุณสมบัติเข้ารับการสรรหาเป็น “กรรมการ ป.ป.ช.” ไปเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2557 โดยมีผู้สมัครเข้ารับการสรรหา รวมทั้งสิ้น 14 คน คือ
1.ศ.ดร.วิชัย ศรีคำ ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยศิลปากร
2.นายวันชัย รุจนวงศ์ อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์
3.นายวชิร สงบพันธ์ อดีตรองเลขาธิการ ป.ป.ช.
4.น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง
5.นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร
6.นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.
7.ศ.ดร.จงจิตร์ หิรัญลาภ อดีตคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.กรุงเทพธนบุรี
8.นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์
9.พล.อ.สถาพร เกียรติภิญโญ อดีตหัวหน้าสำนักตุลาการและตุลาการพระธรรมนูญ หัวหน้าศาลทหารสูงสุด
10.นายชั่งทอง โอภาสศิริวิทย์ อดีตเลขาธิการสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
11.นายชาติชาย สุทธิกลม เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ
12.นายไพโรจน์ โพธิไสย รองเลขาธิการวุฒิสภา
13.นายสมเกียรติ เจริญสวรรค์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา
14.พล.ท.ศานิต สร้างสมวงษ์ หัวหน้าสำนักตุลาการทหาร

ซึ่งเบื้องต้น คาดว่าในวันที่ 9 เมษายน 2557 “คณะกรรมการสรรหากรรมการ ป.ป.ช” ก็จะมีการประชุม เพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่สมัครเข้ารับการสรรหาเป็น กรรมการ ป.ป.ช. ตามรายชื่อที่ “สำนักเลขาธิการวุฒิสภา” ได้ส่งมา เพื่อเลือกเป็น “กรรมการ ป.ป.ช.” เพียง 1 คน เสนอต่อประธานวุฒิสภา จากนั้นก็จะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิสภาเพื่อให้ความเห็นชอบ ตามกระบวนการ “ลากตั้ง” ต่อไป
โดยมีรายงานข่าวหลายกระแสแจ้งตรงกันว่า “เต็งหนึ่ง” ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับการสรรหาเป็น “ป.ป.ช.” ในครั้งนี้ก็คือ “สุภา ปิยะจิตติ” อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง เนื่องจากได้รับเสียงสนับสนุนจากกลุ่ม กปปส. และกองเชียร์พรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งตัวแทนองค์กรอิสระในคณะกรรมการสรรหา รวมไปถึง  “กรรมการ ป.ป.ช.” บางคนเองก็แอบส่งใจเชียร์ไม่ใช่น้อย
แต่จากการตรวจสอบพบว่า “สุภา ปิยะจิตติ” รองปลัดกระทรวงการคลัง นั้นถูก คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติสั่งให้ไต่สวนว่ามีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำความผิดให้มีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ในกรณีการประกวดราคาให้เช่าเนื้อที่โฆษณารถโดยสารปรับอากาศ 1,109 คัน โดยมิชอบ ซึ่งมีการแก้ไขรายละเอียดของแบบสัญญาทำให้รายได้หายไปไม่ต่ำกว่า 32 ล้านบาท และการประกวดราคาให้เช่าเนื้อที่โฆษณารถโดยสารปรับอากาศรุ่น ยูโรทู 750 คัน โดยมิชอบ ซึ่งมีการแก้ไขสัญญาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน ในเดือนเมษายนและสิงหาคม พ.ศ.2543 ขณะที่ “น.ส.สุภา ปิยะจิตติ” ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารกิจการ ขสมก.
ซึ่งอาจจะเข้าข่ายฐานความผิด เป็นพนักงานกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ (พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2502) และเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานงานรัฐกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ (พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542)

สุภา2

โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการประชุมครั้งที่ 527-92/2556 เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2556 ได้มีมติให้คณะอนุกรรมการไต่สวน  ดำเนินการไต่สวน “น.ส.สุภา ปิยะจิตติ” ในฐานะ “ผู้ถูกกล่าวหาที่ 11″ ในฐานะเป็น “กรรมการบริหารกิจการ ขสมก.” และเป็นผู้มีส่วนร่วมในการกระทำผิด  ร่วมกับผู้ถูกกล่าวหาอื่นๆ 
น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่า หาก “น.ส.สุภา ปิยะจิตติ” รองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็น 1 ใน 14 ผู้เข้าร่วม “การสรรหา” เป็น “คณะกรรมการ ป.ป.ช.” ผ่านกระบวนการสรรหา และเข้าไปเป็น “กรรมการ ป.ป.ช.” สมดั่งใจ … “คดี” นี้จะ “จบ” ลงอย่างไร ?
น่าจับตา….

 

Related News

Share

About Author

mark