“รายงานผลการวิเคราะห์การทำหน้าที่สื่อเพื่อสาธารณะของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 (สทท. 11) หรือ “เอ็นบีที” ผ่านรายการ “ทันสถานการณ์บ้านเมือง” ของ “กลุ่มโครงการกลไกสื่อมวลชนศึกษาเพื่อสุขภาวะ มูลนิธิสื่อมวลชนศึกษา” หรือ “MEDIA MONITOR” ที่ออกมาว่า เนื้อหารายการของสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 “ขาดความหลากหลาย” และ “เอนเอียงเข้าข้างรัฐ” โดยอ้างว่า “พบเนื้อหา 11 รายการที่นำเสนอประเด็นการเลือกตั้ง โดยที่ถูกนำเสนอมากที่สุด คือ “บทบาทที่ไม่เหมาะสมของกลุ่มคัดค้านการเลือกตั้ง” รองลงมา คือ “บทบาทที่ไม่เหมาะสมขององค์กรอิสระ” และ “การสนับสนุนและเห็นด้วยกับการเลือกตั้ง” ไปจนถึง “การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ” นั้นไม่เพียงน่าสนใจที่ “กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลัง “MEDIA MONITOR” คือกลุ่มของ “น.พ.ประเวศ วะสี – เครือข่าย สสส.” และ “สถาบันอิสรา มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย” เท่านั้น
แต่อีกหนึ่งส่วนที่น่าสนใจ ก็คือ ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุค “ติดอาวุธ-ใช้กระสุนจริง-สลายการชุมนุม-ฆ่าประชาชน” นั้น “MEDIA MONITOR” เคยได้ศึกษาหาข้อมูลและทำรายงานในลักษณะนี้และมีรายงานสรุปว่า บทบาทของ “ช่อง 11” ในมือ “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” นั้น “ขาดความหลากหมาย-เอนเอียงเข้าข้างรัฐ” บ้างหรือไม่ ???
เพราะเท่าที่ตรวจสอบได้ ไม่พบ “รายงาน-วิเคราะห์-สรุปผล” ที่เกี่ยวข้องกับ “บทบาทสื่อรัฐฯ ในกำมือ รัฐบาล ปชป.” ของ ““MEDIA MONITOR” ในลักษณะเดียวกันนี้ อย่างชัดเจน!
ทั้งๆที่ในยุค “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในกำมือ “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” ซึ่งขณะนั้น ได้ดิบได้ดีเป็น “รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” ได้ชื่อว่าเป็น “ยุคสื่อล้างสมอง” โดยเฉพาะ “สื่อรัฐฯ”  !!
เพราะไม่เพียงใช้ “สื่อรัฐฯ” นำเสนอความคิดเห็นของ “รัฐบาล ปชป.” เพียงฝ่ายเดียวอย่างชัดเจนแล้ว ยังมีรายการทางการเมืองซึ่ง “ใส่ร้ายฝ่ายตรงข้าม” และ “ผู้คิดต่างทางการเมือง” อย่างรุนแรงและไร้ข้อมูลข้อเท็จจริงมากมาย อีกด้วย!!!
ซึ่งเมื่อตรวจสอบ “ผังรายการของช่อง 11” ตลอดปี 2552-2554 ในช่วงที่ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เรืองอำนาจ จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า มีการ “คอนโทรล” เนื้อหาของ “ช่อง 11” ทั้งในส่วนของ “รายการ” และในส่วนของ “ข่าว” ผ่านกลไกต่างๆ
โดยมีการนำเสนอรายการ “คลายปม” ที่มี “เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง , เป็น “ผู้ดำเนินรายการ”  ซึ่งปัจจุบันทั้งคู่ก้าวขึ้นเป็นแกนนำ กปปส. รวมไปถึง “เสรี วงศ์มณฑา” แกนนำ กปปส. และ “วันชัย สอนศิริ” ส.ว.สรรหา แนวร่วม กปปส.ซึ่งทั้งหมดก็คือ “ผู้ดำเนินรายการ” และ “แขกรับเชิญ” ประจำสถานีโทรทัศน์บลูสกาย ของ พรรคประชาธิปัตย์ ด้วยเช่นเดียวกัน!
ซึ่งไม่ต้องพูดถึงเนื้อหารายการว่า “นำเสนอความเห็นทางการเมืองฝ่ายเดียว” ชัดเจนขนาดไหน !!
ที่สำคัญคือ ก่อนที่ “รายการคลายปม” จะได้รับการสนับสนุนจาก “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” ให้มาเผยแพร่อยู่ในช่อง 11 ก็ได้ออกอากาศ ทาง “สถานีโทรทัศน์ ASTV” ของเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาก่อนแล้วระยะหนึ่งด้วย
นอกจากนี้ “เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง” และพวกพ้อง อย่าง “แก้วสรร อติโพธิ” แกนนำ กปปส. ยังมีรายการ “ลงเอย…อย่างไร” ที่ยึดเวลา 21.00-21.30 น. แสดงความคิดเห็นทางการเมืองฝ่ายเดียว และให้ร้ายผู้คิดต่างทางการเมือง อีกรายการหนึ่ง !!
ซ้ำร้าย “ช่อง 11” ยุครัฐบาลประชาธิปัตย์” ยังมีการนำเสนอรายการ “เจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก” ของ “บริษัท กรีน อินเทลลิเจ้นท์ จำกัด” โดย “สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม” แห่งสถานีโทรทัศน์ ที-นิวส์
ซึ่งปัจจุบัน “สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม” ก็คือ “แกนนำ กปปส.” เบอร์ 2 เป็นรองก็แค่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เท่านั้น
ซึ่งเนื้อหารายการก็เป็นที่ประจักษ์กับสายตาของ “สาธารณะชน” ว่าทั้ง “ปลุกปั่น-รุนแรง-ใส่ร้าย-ป้ายสี” และ “ล้างสมอง” ประชาชนให้ “แตกแยก-เกลียดชังกันอย่างรุนแรง”
และขณะนี้ “เจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก” ก็ “ปลุกปั่น” อยู่ใน “สถานีโทรทัศน์ ทีนิวส์” ของ กปปส. !!
รวมไปถึง “รายการเกาทีคัน” ของ “เสรี วงศ์มณฑา”แกนนำ กปปส. ที่ก็ได้เวลาไปจัดรายการสบายๆ ในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ซึ่ง “รายการ” เหล่านี้ เฟื่องฟูใน “ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แต่ “MEDIA MONITOR” กลับมองไม่เห็น หรือแกล้งเป็น “มองไม่เห็น” กันแน่ ???

nt2
ในส่วนของ “ข่าว” ก็ปรากฏข้อมูลอย่างชัดเจนว่า “สาทิตย์ วงศ์หนองเตย” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ได้อ้าง “นโยบายปฏิรูปสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย” ยกเลิกสัญญาผลิตข่าวของ “ผู้ผลิตข่าว” เดิมของ “ช่อง 11” เพื่อเปิดทางให้มีการประมูลใหม่ ซึ่งผู้ได้รับการคัดเลือก ได้แก่ “บริษัท โพสต์พับลิชชิง จำกัด (มหาชน)” เจ้าของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เป็น “ผู้ผลิตข่าว”
จากการตรวจสอบพบว่า “เว็บไซด์ผู้จัดการออนไลน์” ของ “เครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ “โพสต์พับลิชชิง จำกัด” ได้สิทธิ์เข้ามาเป็น “ผู้ผลิตข่าว” ของ “ช่อง 11” เมื่อ 11 พฤษภาคม 2553 ว่า “ดึงชาลอตช่วย โพสต์ฯขึ้น 20% ค่าโฆษณา NBT ดันเลือดใหม่ไล่บี้” http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9530000064471
อ้างถึง “นายพิชาย ชื่นสุขสวัสดิ์” บรรณาธิการอำนวยการ บริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สัญญาร่วมผลิตข่าวกับทางช่อง11นั้น ทางบริษัทจะต้องเข้าร่วมทำงานตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. ตามสัญญา ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้เข้าไปศึกษาและร่วมงานตามสัญญา แต่ที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางหน้าจอ เนื่องจากนโยบายของทางช่อง11ที่ต้องการให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางหน้าจอในวันที่ 11 พ.ค.นี้
โดยในส่วนของโพสต์ฯนั้น อยู่ระหว่างการตั้งบริษัทลูกขึ้นมา ในชื่อ โพสต์นิวส์ ที่จะเข้ามาดูแลการบริหารจัดการกับการร่วมผลิตข่าวกับทางช่อง11 โดยเฉพาะด้วย แต่ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ทางโพสต์ฯถือหุ้น 100%
ข่าวดังกล่าวยังอ้างถึงคำสัมภาษณ์ของ “นายศุภกรณ์ เวชชาชีวะ” ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ด้วยว่าการหารายได้นั้น มาจากโฆษณาเป็นหลัก ในช่วง 1-2 เดือนหลังจากนี้ จะมีการปรับราคาโฆษณาขึ้นราว 20% เนื่องจากทางบริษัทได้มีการลงทุนค่อนข้างมาก โดยมองว่ากว่า 70% จะเป็นการลงโฆษณาของทางภาครัฐ และอีก 30% มาจากเอกชน
“จากเม็ดเงินในการประมูลร่วมผลิตข่าวกับทางช่อง 11 ที่ทางบริษัทเสนอที่จะจ่ายให้เป็นมูลค่า 120 ล้านบาท แบ่งออกเป็น ต้องจ่ายให้ทางช่อง 11 ที่ 48 ล้านบาท และที่เหลืออีก 72 ล้านบาทที่ทางโพสต์จะนำมาบริหารจัดการและซื้ออุปกรณ์ต่างๆเพื่อใช้ในการนำเสนอข่าวครั้งนี้ มองว่าถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า โดยเชื่อว่าจากสัญญา 1 ปี ในการร่วมผลิตข่าวครั้งนี้จะสามารถสร้างกำไรให้กับบริษัท ราว 10-20 ล้านบาท หรือทั้งปีน่าจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 120 ล้านบาท โดยสัดส่วนธุรกิจจากสื่อโทรทัศนั้น จะอยู่ที่ 15% เทียบกับรายได้รวมทั้งหมดของโพสต์ฯ จากปีก่อนที่มีสัดส่วนไม่ถึง 5%”

ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ก็คือ “ศุภกรณ์ เวชชาชีวะ” ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน)” ซึ่งได้สิทธิเข้ามาเป็น “ผู้ผลิตข่าว” ให้ “ช่อง 11” ใน “ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น !!
ซึ่งเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า  “บริษัท โพสต์ นิวส์ จำกัด” ซึ่ง “โพสต์ พับลิชชิ่ง จำกัด” อ้างว่าก่อตั้งขึ้นเป็นบริษัทลูก ในการเข้าดำเนินการ “ผลิตรายการ” ให้กับ “ช่อง 11” พบว่า ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 24 เมษายน 2553 ด้วยทุน 10,000,000 บาท เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสาร ผลิตข่าว และให้บริการโฆษณา
ซึ่งมี 1.นายศุภกรณ์ เวชชาชีวะ , 2.นายพิชาย ชื่นสุขสวัสดิ์ , 3.นายสุรศักดิ์ มุกประดับ , 4.นายพีระวัฒน์ โชติธรรมโม เป็น “คณะกรรมการบริษัท” 
โดย “นายศุภกรณ์ เวชชาชีวะ” นายพิชาย ชื่นสุขสวัสดิ์ และนายสุรศักดิ์ มุกประดับ กรรมการสองในสามคนนี้ลงลายมือชื่อร่วมกัน และประทับตราสำคัญของบริษัท เว้นแต่กิจการดังต่อไปนี้ให้ “นายศุภกรณ์ เวชชาชีวะ” หรือ นายพิชาย ชื่นสุขสวัสดิ์ คนใดคนหนึ่งลงลายมือชื่อและประทับตราสำคัญของบริษัท เพื่อผูกพันบริษัทได้
(ก) คำขอและเอกสารใดๆ เกี่ยวกับการจดทะเบียน ขออนุญาต ติดต่อ และยื่นเรื่องต่างๆ
รวมทั้งการยื่นประมูลต่อกระทรวง กรม หรือหน่วยงานราชการ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
และรัฐวิสาหกิจซึ่งรวมถึงกรมสรรพากร และกรมศุลกากรกระทรวงการคลัง
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์
(ข) คำขอและเอกสารใดๆ เกี่ยวกับการขออนุญาตอยู่ในราชอาณาจักรและขอใบอนุญาต
ทำงานให้แก่คนต่างด้าวที่ทำงานกับบริษัท
(ค) กิจการและเอกสารเกี่ยวกับการจ้างแรงงานหรืองานทรัพยากรบุคคล
(ง) กิจการและเอกสารเกี่ยวกับการบริหารจัดการหรืองานภายในบริษัทที่เป็นการทั่วไป
“เวชชาชีวะ” เป็น “นายกรัฐมนตรี” และ “เวชชาชีวะ” ได้สิทธิเป็น “ผู้ผลิตข่าว” ของ “ช่อง 11” ยุค “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” !!!
“MEDIA MONITOR” มั่นใจ…”หลากหลาย-ไม่เอนเอียง – ไม่ผูกขาด-ไว้ใจได้-ไร้ข้อสงสัย” ???

Related News

Share

About Author

mark