ภายหลังจาก “กรมสอบสวนคดีพิเศษ” หรือดีเอสไอ ได้มีคำสั่งอายัดบัญชีทางการเงินและตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของแกนนำม็อบกบฎ กปปส.พร้อมแนวร่วมรวม 18 คนประกอบด้วย 1.สุเทพ เทือกสุบรรณ ,2.สาทิตย์ วงศ์หนองเตย , 3.ชุมพล จุลใส , 4.พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , 5.อิสสระ สมชัย , 6.วิทยา แก้วภราดรัย , 7.ถาวร เสนเนียม ,8.ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ , 9.เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ,10.อัญชะลี ไพรีรัก , 11.นิติธร ล้ำเหลือ , 12.อุทัย ยอดมณี , 13.แซมดิน เลิศบุศย์ , 14.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ , 15.สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ , 16.ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ , 17.ศุภวัฒน์ สุปิยะพาณิชย์ และ 18.สมบูรณ์ ทองบุราญ รวมทั้งได้ให้มีการตรวจสอบบัญชีครัวราชดำเนิน จำนวน 2 บัญชี ไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น

ล่าสุดดีเอสไอ ได้มีคำสั่งแจ้งธนาคารให้ตรวจสอบบัญชีและอายัดบัญชี แกนนำม็อบกบฎ กปปส.อีก 20 คน คือ จิตตภัสร์ ภิรมย์ภักดี , สาธิต ปิตุเตชะ , สกลธี ภัททิยกุล , ทศพล เพ็งส้ม , สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ , แก้วสรร อติโพธิ , เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง , เสรี วงษ์มณฑา , รัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี หรือนายอมร อมรรัตนานนท์ , กิตติศักดิ์ ปรกติ , ถนอม อ่อนเกตุพล , ชาญวิทย์ วิภูศิริ , พิชิต ไชยมงคล , ไพบูลย์ นิติตะวัน , ปฐมพงษ์ เกสรสุข , สุริยะใส กตะศิลา , พิภพ ธงไชย , บุญยอด สุขถิ่นไทย , องอาจ คล้ามไพบูลย์ , พิจารณ์ สุขภารังษี

รายงานข่าวแจ้่งว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการสอบสวนพบข้อมูลความเชื่อมโยง “ท่อน้ำเลี้ยง” จากทั้งที่เป็นบุคคลและนิติบุคคลที่สนับสนุนการเคลื่อนไหวของ “ม็อบกบฎ กปปส.” เพิ่มเติมโดยละเอียด ซึ่งพบว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดิมที่เคยให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวของเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และเป็นกลุ่มธุรกิจที่เคยได้รับผลประโยชน์ระหว่างที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล (2551-2554) 

ท่อ1

จากการตรวจสอบของ “ทีมงานพระนครฯ” พบว่า กลุ่มบุคคลและนิติบุคคล ที่มีความเชื่อมโยงกับม็อบกบฎ กปปส.อย่างชัดเจนนั้น พบว่ากลุ่มบุคคล มีทั้งนักการเมืองและนักธุรกิจ อาทิ แทน เทือกสุบรรณ บุตรชายสุเทพ , เชน เทือกสุบรรณ , ธานี เทือกสุบรรณ น้องชายสุเทพ, ศรีสกุล พร้อมพันธุ์ ภรรยาสุเทพ , ทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. , วิทเยนทร์ มุตตามระ , ทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง(คนใกล้ชิดสุเทพ), วรรณธรรม กาญจนสุวรรณ , สาธิต เซกัล , ราเชน ตระกูลเวียง , มหัศจักร โสดี , พรศักดิ์ ลิ้มบุญญประเสริฐ , สนธิ เตชานันท์ , คมสัน ทองสิริ , สาวิทย์ แก้วหวาน , สมศักดิ์ โกศัยสุข , มานพ เกื้อรัฐ และ คมสันต์ โพธิ์คง เป็นต้น  

ในส่วนของกลุ่ม นิติบุคคล คาดว่าจะมีรายชื่อเข้าข่าย อาทิ บริษัท ศรีสุบรรณเทรดดิ้ง จำกัด ,บริษัท สุราษฎร์ ฮอท สปริงการ์เดน จำกัด , บริษัท สุราษฎร์ โกลเด้น แลนด์ จำกัด , บริษัท ศรีสุบรรณ จำกัด , บริษัท ที.เค.โกลบอล เทรดดิ้ง จำกัด , บริษัท ศรีสุบรรณฟาร์ม จำกัด ,บริษัท ร้อยเกาะ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ,บริษัท ลีคเทค เทรดดิ้ง , บริษัท พุนพินแอสฟัลท์ จำกัด ( ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ) , บริษัท วัฒนโชติ จำกัด , บริษัท วัฒนเชิดชู จำกัด ( มีความใกล้ชิดกับ กัลยา โสภณพนิช) , บริษัทในกลุ่มเมโทรแมชีนเนอรี่ (กลุ่มธุรกิจ ที่มีความใกล้ชิดกับ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ แกนนำม็อบ กปปส.ที่ถูกอายัดบัญชีไปก่อนหน้านี้) , บริษัท ถาวร หาดใหญ่ปิโตรเลี่ยม จำกัด, บริษัท ภูเงิน พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (ธุรกิจครอบครัว ถาวร เสนเนียม) , บริษัท ปูเค็ม อิมพอร์ต-เอ็กพอร์ต จำกัด , บริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง จํากัด (มีสามีตั๊ก บงกช เป็นผู้บริหาร) เป็นต้น 

โดย “ทั้งหมด” นี้กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบอย่างชัดเจนอีกครั้ง !!! 

Related News

Share

About Author

mark