ม็อบกบฏ กปปส. ที่นำโดย “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เพิ่มดีกรีการชุมนุมมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหวังเพียงขัดขวางการสมัครรับเลือกตั้ง ตามเป้าหมาย ที่จะเว้นวรรคประชาธิปไตย ไม่ให้ประเทศไทยสามารถมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น …ในการชุมนุมจึงทวีความรุนแรงมากขึ้น!!โดยมีความพยายามที่จะใช้ “อาวุธสงคราม” โจมตี “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” ที่มาปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยการชุมนุม

ผลจึงทำให้ “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” ต้องสังเวย “เสียชีวิต” ให้กับม็อบกบฎ !!! 

โดยปรากฏข้อมูลหลักฐานอย่างชัดเจนว่า 1.“เจ้าหน้าที่ตำรวจ” ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงคราม และ 2. เฮลิคอปเตอร์พยาบาล ที่มารับตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ ถูกระดมยิงใส่ ซึ่งเป็นการขัดขวางการรักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บ แบบไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง จนเป็นเหตุให้ผู้ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตในเวลาต่อมา
คำถามก็ถือ ม็อบกบฏ กปปส. ซึ่งอ้างว่าชุมนุม สงบ สันติ ปราศจากอาวุธ นั้นนำ “อาวุธปืน-อาวุธสงคราม” ตลอดจน “กระสุนปืน” ทั้งหลาย มาก่อความไม่สงบในเมืองกรุง ได้อย่างไร ???
ความคืบหน้าในการตรวจสอบภายหลังการก่อเหตุของกลุ่มผู้ชุมนุมพบว่า  อาวุธปืนและกระสุน ที่ผู้ก่อความไม่สงบในครั้งนี้ใช้นั้นเป็นการใช้ อาวุธปืนและกระสุนหลายชนิดประกอบกัน โดยกระสุนบางประเภทพบว่าไม่นิยมใช้ในหน่วยงานทางด้านความมั่นคง แต่กระสุนดังกล่าวนั้นพบว่า “มีจำหน่าย” ใน “ร้านขายอาวุธปืน” ในย่านขายปืนชื่อดังในพื้นที่ใกล้กับการชุมนุม 
นอกจากนี้ยังพบว่า กระสุนบางชนิดที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบใช้นั้นมีจำหน่ายในร้านขายปืนเพียงไม่กี่ร้าน
จึงเป็นไปได้สูงว่า อาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุนั้นอาจจะได้รับการสนับสนุนจาก บรรดา “ร้านปืน-ร้านขายอาวุธ” ย่าน “หลังวังบูรพาฯ” ซึ่งเป็นแหล่งขายอาวุธปืนแหล่งใหญ่ที่สุดที่หนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ
โดยเฉพาะ “ร้านขายอาวุธปืน” ที่เคยมี “ผลประโยชน์ได้-เสีย” อยู่กับ “นโยบายออกใบอนุญาตขายปืน” ของ “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)” ซึ่งอาจจะมีบางร้านคอยให้การสนับสนุน “ม็อบ ปชป.” อยู่เบื้องหลัง !!!
ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มร้านขายอาวุธปืน ย่านวังบูรพาฯ จะพยายามปล่อยข่าวว่าการค้าค่อนข้างซบเซาหลังจากที่มีการชุมนุมทางการเมือง ของม็อบ กปปส. แต่เจ้าหน้าที่พบความเคลื่อนไหวร้านขายปืนหลายร้านอย่างผิดสังเกต และจากการตรวจสอบพบประวัติผู้บริหารร้านขายอาวุธปืนดังกล่าวมีความใกล้ชิดกับแกนนำพรรค ปชป. เนื่องจากเป็นกลุ่มร้านขายอาวุธปืนที่ได้รับประโยชน์จาก “นโยบายออกใบอนุญาตขายปืน” ของ “รัฐบาล ปชป.” ในช่วงที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็น นายกรัฐมนตรี (2551-2554)
โดยหลังจากที่ “นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สมัย “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้ออกคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ “คำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 289/2552 เรื่อง การออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนและกำหนดจำนวนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า ตาม พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน-วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490”
โดยระบุว่า “การเพิ่มร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ อาวุธปืน “ต้องขอความเห็นชอบ” จาก “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย” ก่อนออกใบอนุญาต”

ร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนแต่ละใบอนุญาตให้มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน สำหรับการค้าหมุนเวียนทดแทนได้ ตามชนิด ขนาด และจำนวน ดังต่อไปนี้

ก. อาวุธปืน
(1) อาวุธปืนยาวทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 50 กระบอก
(2) อาวุธปืนสั้นทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 30 กระบอก
ข. เครื่องกระสุนปืน
(1) กระสุนปืนลูกโดดทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 2,000 นัด
(2) กระสุนปืนลูกซองทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 7,500 นัด
(3) กระสุนปืนลูกกรดทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 10,000 นัด
(4) กระสุนปืนอัดลมทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 30,000 นัด
ทั้งนี้ ในการสั่ง นำเข้า หรือซื้ออาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า ให้สั่ง นำเข้า หรือซื้อได้หนึ่งครั้งหรือหลายครั้ง แต่รวมจำนวนในรอบปีอายุใบอนุญาตแต่ละฉบับแล้วต้องไม่เกินชนิด ขนาด และจำนวนดังกล่าวข้างต้น
ร้านปืนในกรุงเทพ มีใบอนุญาตได้ไม่เกิน 5 ใบอนุญาต ร้านค้าในต่างจังหวัดได้แค่ 1 ใบ

ซึ่งเท่ากับว่การ “ออกใบอนุญาต” ในกิจการร้านค้าอาวุธปืนทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นอำนาจของ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย” แต่เพียงผู้เดียว !!!
ทำให้ “ร้านขายอาวุธปืน” ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ต้องวิ่งเข้าหา “ฝ่ายการเมือง” โดยเฉพาะ “พรรคประชาธิปัตย์” ซึ่งเป็น “แกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เพื่อหาหนทางในการอำนวยความสะดวกเพื่อขอใบอนุญาตฯ !! 

และบางราย ซึ่งเป็น “ร้านขายอาวุธปืน” ที่มีกิจการขนาดใหญ่ ก็จะทำตัวเป็น “นายหน้า” ในการประสานงานกับ “แกนนำพรรค ปชป.” ในการประสานงานเพื่อขอให้ออกใบอนุญาตฯ ดังกล่าว
โดยแหล่งข่าวในวงการค้าอาวุธปืนระบุว่า “ใบอนุญาต” ดังกล่าว จะต้อง “ซื้อหา” มาในราคาที่สูงถึง “1-4 ล้านบาท ต่อ 1 ใบ” ซึ่งมีการจ่ายผ่านแกนนำพรรค ปชป.และแกนนำในรัฐบาล ที่เป็นผู้ประสานงานโดยตรงกับกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการ “ออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน” ในสมัยที่ “ปชป.” เป็น “รัฐบาล” !!
… จึงไม่ต้องแปลกใจ เมื่อ “แกนนำพรรคพรรค” ผันตัวเองไปเป็น “กบฎ” อย่างเต็มตัว…ก็อาจจะต้องอาศัย “คอนเน็คชั่นดั้งเดิม”  ในการ อำนวยความสะดวกเรื่อง “อาวุธ-ปืน-กระสุน” ในการก่อการ !!!

p1

 

p2

 

p3

 

Related News

Share

About Author

mark