“สุเทพ เทือกสุบรรณ” หัวหน้าม็อบ กบฏ กปปส. ได้ฤกษ์นำมวลชน เข้าสู่ “ปฏิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพฯ” ตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 12 มกราคม กระทั่งช่วงเช้า 13 มกราคม 2557ท่ามกลางการปรากฏตัวของ “แกนนำระดับสูง” ของ “พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ปรากฏตัวเป็นระยะๆ โดยเฉพาะ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรค ปชป. ที่ลงทุนขึ้นเวทีทักทายมวลชน ปชป.อย่างย่ามใจ !
การันตรีกันอย่างตรงไปตรงมาว่า “ปฏิบัติการชัตดาวน์กรุงเทพฯ” ครั้งนี้ … ฝีมือ ปชป.อย่างเป็นทางการ!!!
แต่ไม่ใช่แค่เพียง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “แกนนำ กปปส.” ที่เป็น “อดีตแกนนำพรรค ปชป.” เท่านั้นที่เปิดตัวสนับสนุน ม็อบกบฏ กปปส. เพราะเรียกได้ว่า “แกนนำ ปชป.” ทั้งพรรค ก็ได้ให้การสนับสนุนม็อบ ปชป.ในลักษณะที่แตกต่างกันไป !!
รวมไปถึง “สุรินทร์ พิศสุวรรณ” ประธานสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย พรรค ปชป.ที่ทั้งเปิดตัวร่วมชุมนุมกับม็อบ กปปส.และแสดงความคิดเห็นเชิงสนับสนุนความเคลื่อนไหวม็อบกบฏ อย่างออกหน้าออกตา แม้ครั้งหนึ่ง “สุรินทร์”จะเคยมีตำแหน่งเป็นถึง “เลขาธิการอาเซียน” และ “อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (รัฐบาลชวน 2 พ.ศ.2540-2544)
ล่าสุดได้มีผู้เผยแพร่บทความชื่อ “ดร.สุรินทร์ ถึงคนเสื้อแดงและคนเกลียด ปชป.” ซึ่งอ้างว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นของ “ประธานสถาบันออกแบบประเทศไทย พรรค ปชป.” เนื้อหาใจความก็ชัดเจนว่า “สนับสนุนการเคลื่อนไหวของสุเทพ เทือกสุบรรณและพรรค ปชป. โดยมี “คีย์เวิร์ดสำคัญ” ในบทความดังกล่าวก็ คือ “คนเสื้อแดงจะมองไม่ออกเชียวหรือว่าสิ่งที่เพื่อไทยทำนั้น เลวร้ายกว่าสิ่งที่นักการเมืองยุคไหนทำมา” !!!
… แต่จะ “จริง” อย่างที่ “บทความ” ดังกล่าวว่าไว้หรือไม่ ?
…แล้วนักการเมืองยุคอื่น มี “ความดี” แค่ไหน ??
…หรือนักการเมืองยุคอื่น “โคตรดี” จนสามารถมา “ตัดสิน” ใครต่อใคร ว่า “ชั่ว” ได้อย่างไม่อาย ???
…มาลองดู “ความดี” ของ “สุรินทร์ พิศสุวรรณ” ในสมัยเป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ” ในปี พ.ศ. 2540-2544 ในรัฐบาล ชวน 2 กัน…
“สุรินทร์ พิศสุวรรณ” เข้ารับตำแหน่ง “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ” ของ “รัฐบาลชวน หลีกภัย (ชวน 2) ในระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 – 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 โดยมี “ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม.ในปัจจุบัน เป็น “รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ” ขณะนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง อาคารที่ทำการ “กระทรวงการต่างประเทศ” แห่งใหม่ บริเวณริมถนนศรีอยุธยา (ซึ่งเป็นที่ทำการกระทรวงการต่างประเทศในปัจจุบัน)

โดย “กระทรวงการต่างประเทศ” ได้ขออนุมัติจาก “คณะรัฐมนตรี (ครม.)” เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2534 เพื่อก่อสร้างแทนที่ทำการกระทรวงการต่างประเทศเดิม ที่วังสราญรมย์ เนื่องจากมีภารกิจของกระทรวงที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จและทำพิธีเปิดในเดือนสิงหาคม 2542

งบประมาณในการก่อสร้างยุคนั้น แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1.ค่าก่อสร้างอาคาร ทั้งสิ้น 872 ล้านบาท 2.ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานภูมิสถาปัตยกรรมประมาณ 108 ล้านบาท และ 3.ค่าตกแต่งภายในที่เบื้องต้นแจ้งไว้ 196 ล้านบาท !!
ปัญหามันเกิดขึ้นในส่วนของ “ค่าตกแต่ง” ทั้งหลาย เมื่อสื่อมวลชนหลายสำนักพากันประโคมข่าวว่า  “กระทรวงการต่างประเทศ” ภายใต้การกำกับดูแลของ “รมว.สุรินทร์” และ “รมช.สุขุมพันธ์” ขณะนั้น ใช้งบประมาณสูงกว่า 300 ล้านบาทในการตกแต่งอาคารกระทรวงการต่างประเทศ อันประกอบด้วย เฟอร์นิเจอร์หรูหราอลังการ ราคาแพงระยับ แต่ละชิ้นมูลค่าหลายล้านบาท !
สวนกระแสเศรษฐกิจประเทศไทย ยุคฟองสบู่แตก … ข้าวยากหมากแพง คนตกงาน กิจการเจ๊งกันเป็นทิวแถว อย่างไม่น่าให้อภัย !!!
โดยพบว่าในช่วงนั้นมีข้อมูลหลุดออกมานำเสนอในสื่อสารมวลชน ในยุคนั้นว่า “เฟอร์นิเจอร์กว่า 70 % ในห้องทำงานของกรมกองต่างๆ ห้องประชุม ห้องรับรองที่มีอยู่มากมาย หลายห้องล้วนเป็นของใหม่ มีการติดตั้งโคมไฟระย้าแก้วคริสตัลขนาดใหญ่กลางห้องจัดเลี้ยง/ห้องประชุม หรือห้องบัวแก้ว มูลค่า 2.8 ล้านบาท รวมทั้งจัดสวนหย่อมลายเลขาคณิตด้านล่างระหว่างอาคาร ซึ่งจำลองมาจากอาคารรัฐสภา ที่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย
นอกจากนี้ยังมีรายงานข่าวว่า “ภายในห้องทำงานของรัฐมนตรีนั้น นอกจากจะหรูหราอย่างดีแล้วยังมีอ่างอาบน้ำจากุซซี่อย่างดีอีกด้วย”
ภายหลังปรากฏข่าวออกทางหน้าสื่อสารมวลชน สุดท้าย ทั้ง “รมว.สุรินทร์” และ “รมช.สุขุมพันธ์” ถึงกับต้องมอบหมายให้เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เร่งชี้แจง ทำความเข้าใจกับ สื่อมวลชนอย่างด่วน …
กว่าจะจบลงเรื่องลงได้ ทั้ง “รมว.สุรินทร์” และ “รมช.สุขุมพันธ์” ก็สะบักสะบอม !!!

sr

Related News

Share

About Author

mark