“กบฏ กปปส.” พยายามที่จะทำให้ผู้คนมองว่าการปรากฏขึ้นของ “ม็อบหมอ” ที่ยกขบวน “กบฏ กปปส.” ครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น น่าสนใจและเป็นปรากฎการณ์แปลกใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
จนทำให้หลายคนกลายเป็น “เหยื่อ” ที่ถูก “แกนนำกบฏ กปปส.” ทำให้เชื่อว่า “ม็อบ กปปส.” คือ “ม็อบผู้ดี-มีอันจะกิน” เพราะมีแต่ผู้ที่ประกอบอาชีพสูงส่ง อย่าง “แพทย์” เป็นหัวขบวนในการร่วมชุมนุม
ซึ่งนี่คือสาเหตุที่ “แกนนำม็อบกบฎ กปปส.” พยายามที่จะปราศรัยบ่อยครั้ง ด้วยการเชิดชู “หมอ” ที่มาร่วมม็อบ โดยเฉพาะ กรณี “น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์” ปลัดกระทรวงสารธารณสุข ที่ออกมาประกาศอ้าง ให้ “หมอ” ทิ้งภาระหน้าที่และสุขภาพที่ดีของประชาชน แล้วออกมาร่วมชุมนุมกับ “ม็อบกบฏ กปปส.” อย่างเร่งด่วน
แต่เมื่อมองถึงสาเหตุว่า เพราะอะไร “หมอ” ซึ่งน่าจะมีหน้าที่หลักในการรักษาคนไข้และรับใช้ประชาชนด้านสุขภาพ จึงออกมาร่วมชุมนุมกับ “ม็อบกบฏ กปปส.” โค่นล้มรัฐบาล เว้นวรรคเลือกตั้ง ทำลายประชาธิปไตย
ประการแรกที่ต้องพิจารณาเลยก็คือ “สภาพภายใน” ของ “กระทรวงสาธารณสุข” ซึ่งค่อนข้างจะชัดเจนว่า การบริหารงานภายในไม่เป็นเอกภาพ เนื่องจาก “กระทรวงสาธารณสุข” คือ หน่วยงานเก่าแก่ ซึ่งมี “ขาใหญ่-ผู้มีอิทธิพล ใน สธ.” ครอบครองอยู่มานานแสนนาน
จนทำให้สภาพการปกครองของ “กระทรวงสาธารณสุข” กลายเป็น “หนึ่งกระทรวงสองระบบ” คือ ระบบหลักคือการบริหารงานตามที่กฎหมายกำหนดเอาไว้ ก็คือโครงสร้างปกติ ตั้งแต่รัฐมนตรี ปลัดกระทรง อธิบดี มาจนถึงระดับผู้บริหารโรงพยาบาลต่างๆ ตามลำดับชั้น
และ “ระบบอิทธิพล” อันเป็นกาฝากของการบริหารงานภายในกระทรวงสาธารณะสุข ที่ถูกคนกลุ่มหนึ่งวางรากฐานเอาไว้มายาวนาน

จนกลายเป็นกลุ่ม “ขาใหญ่” ที่ปัจจุบันก็ยังคงใช้อิทธิพลวนเวียนเป็น “บอร์ด” และ “ส่งคนของตัวเอง” ไปเป็น “บอร์ด” ของหน่วยงานต่างๆ ภายในกระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะกลุ่มหน่วยงานที่ถูกเรียกว่า “องค์กรตระกูล ส.” ซึ่งประกอบไปด้วย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) หรือ สรพ.
ซึ่งแต่ละปี “องค์กร” เหล่านี้มีอำนาจในการบริหารเงินงบประมาณแผ่นดิน “นับแสนล้านบาท” อย่างอิสระ !!!
ทำให้ “กลุ่มอิทธิพล ภายใน สธ.” ดังกล่าวนี้ หวงแหนเป็นอย่างยิ่ง ใน “อาณาจักรขององค์กรตระกูล ส.” และองค์กรเครือข่ายต่างๆในระบบสุขภาพของคนไทย 
โดย “ขาใหญ่” ภายในระบบสาธารณสุข ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ก็คือ “กลุ่มสานพราน” หรือที่เรียกกันภายในว่า “สามพรานฟอรั่ม” นำโดย “น.พ.ประเวศ วะสี” ,น.พ.วิชัย โชควิวัฒน์ พี่ใหญ่ชมรมแพทย์ชนบท ,น.พ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ เชี่ยวชาญงานวิชาการและวิจัย ,น.พ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐบาล คมช. รวมไปถึง นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ สมาชิกประจำ 
ซึ่งมี “มวลชน” สำคัญคอยเป็นฐานในการเคลื่อนไหว ก็คือ “ชมรมแพทย์ชนบท” ที่นำโดย “น.พ.เกรียงศักดิ์ วัชระนุกูลเกียรติ” ประธานชมรมแพทย์ชนบท ที่ก็เป็นคนที่เปิดหน้าขึ้นเวทีม็อบกบฏ กปปส. อยู่เป็นประจำ

555
และ “ชมรมแพทย์ชนบท” นี้เอง ก็คือ “เครือข่าย” หลักในการต่อต้าน “นโยบายการปรับปรุงระบบการจ่ายค่าตอบแทนตามภาระงาน” หรือ “P4P”  ซึ่งเป็น ระบบการจ่ายค่าตอบแทนให้ “แพทย์” ตามผลงานที่ปรากฏ ซึ่งจะมีการเช็คเวลาการปฏิบัติงานและผลงานการรักษาเพื่อวัดผลประเมินผล
ซึ่งแน่นอนว่า หากแพทย์ทำงานมาก ก็ย่อมได้รับค่าตอบแทนมาก …ส่วนใครที่ทำงานน้อย หรือไม่ค่อยได้ทำงาน ประเภท … สังกัดโรงพยาบาลพอเป็นพิธี เพราะมีเวลา เช้า-สาย-เย็น ไปเปิดคลินิก นั้นก็ต้องได้รับค่าตอบแทนน้อยลง…แน่นอนว่า กระทบกับ “กระเป๋าเงิน” ของ “หมอ” บางคน แน่ๆ
เนื่องจาก “ระบบเหมาจ่ายค่าตอบ” แบบเดิมที่ใช้กันนั้น ทำให้ “หมอ” มีรายได้ค่อนข้างจะสูงคงที่ต่อเนื่อง แต่ “P4P” ซึ่งเป็นการจ่ายตามผลการปฏิบัติงาน ที่มีการประเมินผลเป็นมาตรฐาน อาจจะทำให้ “หมอ” บางคนที่ประจำโรงพยาบาลบางเวลา แต่มีหน้าที่ประจำอยู่ที่ “คลินิก” นั้นเสียประโยชน์ไปเต็มๆ
ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด “ความไม่พอใจ” ของ “ชมรมแพทย์ชนบท” และเริ่ม “กระบวนการเคลื่อนพลออกมาต่อต้านรัฐบาล”
 ยิ่งเมื่อ “กระทรวงสาธารณสุข” มีแนวทางที่ชัดเจนในการจะ “ปฏิรูปโครงสร้างสาธารณสุข” เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆของงานสาธารณสุขไทย  ได้ทำให้  “องค์กรขาใหญ่” ตัดสินใจ ร่วมมือกับ “กบฏ กปปส.”  โค่นรัฐบาล-เว้นวรรคเลือกตั้ง-ล้มประชาธิปไตย !!

เนื่องจาก แนวคิด “ปฏิรูปโครงสร้างสาธารณสุข” ถูกตีความโดย “ขาใหญ่” ทั้ง “สามพรานฟอรั่ม” และ “ชมรมแพทย์ชนบท” ไปจนถึง “เครือข่ายองค์กรตระกูล ส.”ต่างๆ ว่าจะเป็นการ “ล้างบาง” และ “ทุบหม้อข้าว”

อันจะทำให้ หลายกลุ่มหมดหนทางทำมาหารับประทานในท้ายที่สุด
การตัดสินใจกระโดด ร่วมกับ “กบฏ” ล้มกระดานรัฐบาล เสียเลย ย่อมเป็นวิธีที่ง่ายกว่า !!
และเมื่อ “กบฏ” ต้องการให้เห็นว่า “ม็อบ กปปส.” คือกลุ่มคนที่สูงส่งเหนือปุถุชนทั่วไป… “เครือข่ายแพทย์ชนบท” ก็รับอาสาว่าจะเป็น “ตัวนำ” ในการ “ประกาศว่าบุคลากรการแพทย์ทั้งประเทศพร้อมร่วมมือกับกบฎ กปปส.ทั้งระบบ” ทั้งๆที่จริงก็คือการ “เคลม” เอา “แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์” ที่ไม่ได้เห็นด้วยกับ “ชมรมแพทย์ชนบท” ให้ต้องจำใจเข้าร่วมโดยไม่รู้ตัว
แต่อย่างที่บอกว่า “แพทย์ชนบท” คือ “ฐานอำนาจ” ของ “เครือข่ายอิทธิพลสามพรานฟอรั่ม” …
เมื่อ “แพทย์ชนบท” ขยับใหญ่…พวก “มีปม” ปัญหาทุจริต…ก็เกิดอาการลังเลใจ…เช่น บางคนที่มีปัญหา “ทุจริตค่ายานพาหนะแบบเหมาจ่าย” แบบ เอารถราชการไปใช้แล้วยังมาเบิกค่าน้ำมันกับทางราชการใส่กระเป๋าตัวเองเพิ่มอีก!
ดังนั้นจึงเห็นว่า เพียงแค่ “กบฏ” อย่าง “สุเทพ เทือกสุบรรณ” กระแอม!!! ว่าจะ “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ-ปิดประเทศไทย” ปล่อยข่าวขนานใหญ่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย
ก็ทำให้พวก “มีปม” เร่งรีบ “เสนอหน้า” รายงานตัวต่อฝ่ายเผด็จการทันทีด้วยการ “ประกาศตัว” ยืนอยู่ข้าง “ม็อบกบฏ” !!

“กบฎ” สั่งซ้ายก็ซ้าย…สั่งขวาก็ขวา…ชี้นกเป็นไม้ และชี้ไม้เป็นนก ได้อย่างง่านดาย…
โดยหวังว่า อย่างน้อยที่สุด หากเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นประชาธิปไตย…”ปมปัญหา” ต่างๆที่ซุกเอาไว้ จะไม่ถูกนำเอามาสอบสวน-เอาผิด !
ดังนั้นอย่าแปลกใจ หาก “ม็อบกบฏ กปปส.” …จะมี “หมอ” บางคน และ “กลุ่มอิทธิพล สธ.” สนับสนุนออกหน้าออกตาอย่างเต็มที่ เบื้องหน้าและเบื้องหลัง”!!
ชัดเจน “อุดมการณ์” ก็แค่ข้ออ้างเท่านั้น!!!

Related News

Share

About Author

mark