“ป.ป.ช.” หรือชื่อเต็มก็คือ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” กำลังขึงขัง เร่งกระบวนการ สอบสวนกรณีที่มีการร้องให้ตรวจสอบ “โครงการรับจำนำข้าว” และ “กระบวนการระบายข้าว” ของ “รัฐบาล” อย่างเร่งด่วนล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2557 ในจังหวะที่ “ม็อบ กปปส.” กำลังเดินเกมรุก “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” อย่างหนัก “ป.ป.ช.” ก็พลอยอาศัยช่วงนั้น “เปิดตัว” เป็นอีก “แนวรบ” เปิดฉากไล่ถล่มร่วมกับม็อบไปด้วย
โดยมีการจัดงานแถลงข่าวใหญ่ “อนุ ป.ป.ช.” มีมติ “แจ้งข้อกล่าวหา” บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ “โครงการรับจำนำข้าวและการะบายข้าวนับสิบราย
“ม็อบ กปปส.” และเครือข่าย “องค์กร” ต่างๆ รวมไปถึง “สื่อสารมวลชน” ในเครือ “กบฏ” ต่างพากันตีข่าวใหญ่โตว่า “ป.ป.ช.” ว่า “รัฐบาล” มีความผิดแล้ว …ทั้งๆที่จริงๆ เป็นเพียงแค่ “กระบวนการรับเรื่องเอาไว้สอบสวน” โดยที่ยังไม่ได้มีการ ”ชี้มูลความผิด” ใดๆเลยด้วยซ้ำ
แต่กระนั้นก็ตาม กรณี “โครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าว” ที่ “ป.ป.ช.” ได้แถลงข่าวออกมา …จะเห็นได้ว่า “กระบวนการสอบสวน” ของ “ ป.ป.ช.” นั้น “ว่องไวปานกามนิตหนุ่ม” เลยก็ว่าได้ !!!
เพราะการกระทำของ “ป.ป.ช.” วันนี้ “แตกต่างอย่างชัดเจน” กับ “การตรวจสอบการทุจริตโครงการประกันรายได้เกษตกร” และ “การทุจริตโครงการระบายสินค้าเกษตรในสต็อกรัฐบาล” ของ “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” ที่ “ประชาชน” ไม่เคยเห็นความคืบหน้าจาก “ป.ป.ช.”  ก็ว่าได้ !!!
จึงไม่แน่ใจนักว่า ในวันที่ “ป.ป.ช.” เร่งกระบวนการ “เอาผิด” โครงการรับจำนำข้าว ยกใหญ่นั้น ในสามัญสำนึกของ “กรรมการ ป.ป.ช.” ยัง “จดจำ” การสอบสวนการทุจริตโครงการระบายสินค้าเกษตร (ข้าวสาร)”ของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้หรือไม่ ??
ซึ่งเมื่อกว่า 4 ปีที่แล้ว “ป.ป.ช.” ได้มีการแต่งตั้ง “อนุกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีระบายข้าวสารในสต็อกรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” โดมี “นายกล้านรงค์ จันทิก” กรรมการ ป.ป.ช. (ขณะนั้น) เป็นประธานอนุกรรมการฯ”
ซึ่งเป็นการไต่สวนข้อเท็จจริง ตามเลขดำที่ 54331658 , 52631820 และ 54630201 ซึ่งมีการกล่าวหา “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) , “นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี” รองนายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) รวมไปถึง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ ว่า ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีเอื้อประโยชน์ในการประมูลข้าวของกระทรวงพาณิชย์(ข้าวเจ้า) กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฐานร่วมกันอนุมัติให้ความเห็นชอบขายข้าวในสต็อกรัฐบาลในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาด 
ชัดเจนว่า ขณะนี้ “เรื่องทุจริตการระบายข้าว” ของ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ก็อยู่ “ในมือ ป.ป.ช.” เพียงแต่ว่า “มันถูก ซุก-ซ่อน-เก็บ-ดอง” เอาไว้ หรือแอบทำเป็น “หลับตาข้างเดียว” มองไม่เห็นหรือไม่ ??
หรือ “ป.ป.ช.” ใช้หลักการที่ว่า เมื่อ “กล้านรงค์ จันทิก” กรรมการ ป.ป.ช. เกษียณอายุราชการพ้นจากตำแหน่ง ป.ป.ช.ไปแล้ว จึงปล่อยให้ “เรื่องทุจริตรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หายวับไปตามอายุขับของ กรรมการ ป.ป.ช. แต่ละคน ???
แหล่งข่าวจาก ป.ป.ช. เปิดเผยกับ “ทีมงานพระนครฯ” ว่า กรณีการทุจริตระบายข้าวสารของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้นได้มีการตรวจสอบโดยหน่วยงานสอบสวนต่างๆ ซึ่งเบื้องต้นได้มีรายงานมาที่ ป.ป.ช.แล้ว โดย “ประเด็นความผิดปกติ” ที่ พบก็คือ การที่นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี (ขณะนั้น) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ(กขช.) กำหนดให้ระบายสต๊อกข้าวโดยไม่ประกาศเชิญชวนเป็นการทั่วไปตามที่กระทรวงพาณิชย์ใช้มาตลอด ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ส่งออกข้าวเพียง 9 ราย
รวมทั้งยังมีการระบายข้าวเก่าค้างสต๊อกเป็นอาหารสัตว์ โดยเป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายอื่น ซึ่งถือเป็นการเจตนาไม่ให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม
“สำหรับการตรวจสอบพบรายละเอียดว่า รัฐบาล “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” มีโครงการระบายข้าวออกจากสต๊อกของรัฐบาล โดยเลือกวิธีให้ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อข้าวในปริมาณมาก เสนอซื้อข้าวในสต๊อกรัฐบาลเพื่อส่งมอบตามสัญญาซื้อขาย ซึ่งวิธีการดังกล่าวต้องมีการประมูลหรือแข่งขันราคาอย่างเปิดเผย แต่ต่อมามีความพยายามที่จะบีบ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศขณะนั้นให้ลาออกจากตำแหน่ง และมีการประกาศยกเลิกการประกวดราคา โดยอ้างว่ามีการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางมาก หากขายข้าวจะทำให้รัฐขาดทุน”
ต่อมา รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีการแต่งตั้งคนของตัวเองขึ้นมารับตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ แทน และมีการเสนอเรื่องให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และ “ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการข้าวแห่งชาติ ให้เปลี่ยนวิธีจากการประมูล มาเป็นให้ผู้ส่งออกที่มีคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศในปริมาณมากยื่นคำเสนอขอซื้อ โดยไม่ต้องออกประกาศเชิญชวนเป็นการทั่วไป และการซื้อขายจะใช้วิธีเจรจากับผู้ส่งออกเป็นรายๆไป โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ซื้อต้องนำข้าวออกนอกราชอาณาจักรภายใน 45 วัน”

ปปช

แหล่งข่าวระบุว่า การเปิดช่องทางให้ผู้ส่งออกเสนอราคาโดยตรงนั้นบางรายเป็นการเสนอราคาทาง “แฟกซ์” และต่อรองราคากัน “ทางโทรศัพท์” นับว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติอย่างยิ่ง เพราะจะสามารถงุบงิบฮั้วราคากันได้โดยไม่สามารถตรวจสอบได้ นอกจากนี้ยังเป็นการกีดกันผู้ส่งออกรายชื่อ เพราะทำให้ผู้ส่งออกรายอื่นอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้มีการประกาศเชิญชวนและเปิดประมูลกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับว่าเป็นวิธีการประมูลที่แปลกประหลาดและนับเป็นครั้งแรกที่มีการระบายข้าวในสต็อกรัฐบาลลักษณะนี้ 
แหล่งข่าวระบุว่า ระหว่างเดือน กรฎาคม -ธันวาคม 2553 มีการเจรจาทำสัญญาขายข้าวกับเอกชน 9 ราย จากบัญชีผู้ประกอบการค้าข้าวจำนวน 199 ราย โดยมีการระบายข้าวออกจากสต๊อก 3.4 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 44,000 ล้านบาท แต่ปรากฏว่าบริษัทเอกชนคู่สัญญาหลายรายไม่นำข้าวออกไปจำหน่ายนอกราชอาณาจักรคิดเป็นปริมาณมากกว่า 900,000 ตัน หรือร้อยละ 25 ของปริมาณข้าวในโครงการระบายข้าว แต่ปรากฏว่าภายในยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับไม่มีหน่วยงานใดกล้าเรียกเอา “ค่าปรับ” กับเอกชนที่ผิดสัญญา
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า นอกจากนี้การระบายข้าวค้างสต๊อกเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ก็ได้มีการพิจารณาจำหน่ายให้บริษัทเอกชนที่มีความใกล้ชิดกับรัฐมนตรีในรัฐบาลเพียงรายเดียวหลายครั้งหลายหน

ทั้งหมดทั้งมวล คือ “ข้อเท็จจริง” ที่ปรากฏอย่างชัดเจน…

และทั้งหมด  ป.ป.ช. ก็คือ ข้อเท็จจริงที่ ป.ป.ช.ต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวน …
ขณะที่ “รัฐบาลพรรคเพื่อไทย” เข้ามารับตำแหน่งในเดือน สิงหาคม 2554 แต่ “ป.ป.ช.” เร่งสอบสวน-ไต่สวน-แจ้งข้อกล่าวหา โดยแว่วๆมาว่า สัญญาณ “ธง” ค่อนข้างจะชัด ว่าจะต้อง “เอาผิด” ให้ได้  
ขณะเดียวกัน  “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” ที่เข้ารับตำแหน่งตั้งแต่ปลายปี 2551 และถูกตรวจสอบพบว่ามีปัญหาทุจริตโครงการระบายข้าว “ป.ป.ช.” กลับไม่เคยเร่งเร้าที่จะมีการตรวจสอบใดๆ

อย่างนี้จะให้เรียกว่า “2 มาตรฐาน-ไร้มาตรฐาน” หรือ “ไม่มีมาตรฐาน” อะไรเลยดีล่ะ …. “ป.ป.ช.” ???  

Related News

Share

About Author

mark