เหตุการณ์ม็อบกบฏ กปปส. บุกปิดล้อมหน่วยเลือกตั้ง ขัดขวางการใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน เพื่อทำลายการเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันที่ 26 มกราคม 2557 ที่ผ่านมาอาจจะถูกมองจากสายตาคนทั่วไปว่า เป็นการกระทำอันป่าเถื่อนของ “ม็อบกบฏ กปปส.” ที่ทำลาย “ประชาธิปไตย” ให้ “หายนะ” จนกลายเป็น “ละเมิดสิทธิประชาชน” คนทั่วไป ที่ต้องการจะ “ใช้สิทธิเลือกตั้ง” ตามระบอบประชาธิปไตย
แต่ถือว่า ไม่เหนือความคาดหมาย…
เพราะหาก รู้จัก “ตัวตน” ที่แท้จริงของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” หัวหน้าม็อบกบฏ กปปส. ก็จะทราบดีว่าเขาคือ “บุคคลที่ทำลายประชาธิปไตย” ได้โดยไม่เคยแสดงความอับอายอยู่แล้ว…

ย้อนหลังไปในช่วงเกิดวิกฤติการเมือง ปี 2551 ซึ่ง “กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ที่นำโดย “สนธิ ลิ้มทองกุล” และพลพรรคประชาธิปัตย์ บุกปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง เพื่อโค่นล้ม “รัฐบาลพรรคพลังประชาชน”
ในจังหวะที่กำลังชุลมุน “พรรคประชาธิปัตย์” นำโดย “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการพรรคในขณะนั้น ก็ได้แอบ ชักชวน “ส.ส.กลุ่มงูเห่า เพื่อนเนวิน” ให้ “สลับขั้วทางการเมือง” ไปสนับสนุน “พรรคประชาธิปัตย์” ในการจัดตั้ง “รัฐบาล” !!!
แม้สุดท้ายการกระทำของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้นจะประสบความสำเร็จ สามารถผลักดัน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ขึ้นเป็น “นายกรัฐมนตรี” ในขณะที่ “เนวิน ชิดชอบ” ไปก่อตั้งพรรคภูมิใจไทย พร้อมได้รับการตอบแทนเป็น “เก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ” อย่าง รมว.มหาดไทย , รมว.คมนาคมและ รมว.พาณิชย์
แต่กลับกลายเป็นการ “ทำลายประชาธิปไตย” และ “ละเมิดต่อความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่” อย่างชัดเจน
เพราะในครั้งนั้น “พรรคประชาธิปัตย์” ไม่ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง
ประชาชน ไม่ได้เลือกพรรคประชาธิปัตย์ ให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งอันดับที่1 เพื่อให้มาเป็นรัฐบาล
ที่สำคัญคือเป็นการได้ “อำนาจรัฐ” มาด้วยวิธีการ “แอบช่วงชิง ส.ส.” จาก “พรรคพลังประชาชน” พรรคการเมืองที่ประชาชนเลือกให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งตามระบอบประชาชน
โดย “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะนั้นได้ เปิดใจให้สัมภาษณ์กับ “หนังสือพิมพ์มติชน” ในเรื่อง “เกมเหนือเมฆ”เทพเทือก” สร้างนิยายรัก”มาร์ค”-”เนวิน” ซึ่งเผยแพร่ในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับ “วันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 11237” เอาไว้อย่างชัดเจนถึง “ขั้นตอน-วิธีการ” ในการ “ทำลายประชาธิปไตย” โดยละเอียด
โดย “มติชนรายวัน” เกริ่นเรื่องเอาไว้ว่า …

เมือกๆ
… การเดิมเกมสลับขั้วตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ นับว่าช็อค! ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
เมื่อพลพรรค “แดนพุงปลา” ยอมสลัดความแค้นไว้เบื้องหลัง ชักชวนนักรบอีสานใต้ฝ่ายตรงข้าม ในนาม “กลุ่มเพื่อนเนวิน” รวมเสียงหวังพลิก “ขั้ว” จัดตั้งรัฐบาล
บทที่ “เนวิน ชิดชอบ” แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวินสวมกอด “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงแรมสยามซิตี แลดูคล้ายกับเมื่อครั้งสวมกอด “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯที่ตึกไทยคู่ฟ้า ในวันประกาศเว้นวรรคทางการเมืองในปี 2549
แม้ไม่รู้ว่า พุงปลา กับ ข้าวเหนียว จะกอดคอเดินร่วมกันไปอีกนานแค่ไหน
แต่ละครฉากนี้ ได้สะท้อนสัจธรรมการเมืองข้อหนึ่งได้ดีที่สุดว่า “การเมือง ไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร”
เช้าวันที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดคาราวานเดินสายพบปะพรรคร่วมรัฐบาล “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไขว่ห้างบนโซฟาห้องกาแฟในพรรคประชาธิปัตย์ เปิดใจกับ “มติชน” ถึงปฏิบัติการสานสัมพันธ์รักคู่แค้นเก่าที่ชื่อ “เนวิน” ให้ฟังจนหมดเปลือก

มติชนถามว่า… ที่มาเกมพลิกขั้วตั้งรัฐบาล ?
สุเทพ ตอบ … วิกฤตการเมืองที่เกิดขึ้น ทำให้เราเห็นพ้องต้องกันเหมือนกับที่ประชาชนเห็นว่า ต้องเปลี่ยนขั้วทางการเมือง แต่ปัญหาคือ จะทำได้อย่างไร แค่ไปขอให้พรรคร่วมถอนตัวมาร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อบวกเลขแล้วเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นรัฐบาลปริ่มน้ำ ทางเดียวคือ ต้องมีคนในพรรครัฐบาลคือ พรรคพลังประชาชนส่วนหนึ่งย้ายมาอยู่กับเรา ช่วยกันคิดอยู่หลายทาง แต่โอกาสมาถึงเมื่อมีการยุบพรรคการเมือง (วันที่ 2 ธันวาคม) วันนั้นพอฟังว่า ยุบพรรค เราก็เคลื่อนไหวทันที

มติชนถามว่า … ทำไมมองว่ากลุ่มเพื่อนเนวินจะออกจากพรรคพลังประชาชน ?
สุเทพ ตอบ … มีสัญญาณมาก่อนแล้วในพรรคพลังประชาชนเอง ก็มีเคยมีบางกลุ่มคิดจะมารวมกับพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะเลือกคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกฯ แต่วันนั้นมันฉุกละหุก ไม่มีใครมั่นใจใคร ว่าตัวเลขมีเท่าไร ย้ายมาแล้วเดี๋ยวเจ๊ง แต่มันตกตะกอน มีรอยอยู่ พอถึงเวลา ผมเลยมาเชื่อมต่อ
กรณีผมกับคุณเนวิน ความที่สู้กันมานาน ถ้าเป็นมวยก็ชกกันมาไม่รู้กี่ยกแล้ว รู้น้ำหนักหมัดกันดี ผมเห็นว่า ในบรรดากลุ่มก้อนทั้งหมดในซีกนั้น เขาเป็นคนกล้าคิดกล้าทำมากกว่าเพื่อน คุณยงยุทธ (ติยะไพรัช) กับผมก็สนิทกัน เคยอยู่พรรคประชาธิปัตย์ กินข้าวหม้อเดียวกันมา ไปสุราษฎร์ฯนอนเตียงเดียวกันกับผม
แต่ผมคิดว่าโดยพลัง ความกล้าคิดกล้าทำ คุณเนวินมีลูกเด็ดขาดมากกว่า ประมาณเดือนกว่าๆ ผมก็คุยกับคุณเนวิน โดยตั้งสมมติฐานว่า หนึ่ง เราคิดที่จะเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมืองไหม สอง คุณเนวินจริงจังขนาดไหนในการร่วมแก้วิกฤตของประเทศ ก็ไปพบกันที่อังกฤษ ผมตั้งใจไปพบเขา
บังเอิญว่าลูกผมเรียนที่ออกซฟอร์ด แล้วรู้จักลูกคุณเนวิน ตอนนั้นลูกผมรับปริญญา ผมก็ไปเช็คดูว่าคุณเนวินไปด้วย คิดว่าเป็นเวลาดีที่จะหาโอกาสได้คุยกัน โดยไม่มีคนอื่นกังวลใจ จะได้พูดหลายเรื่องที่ผมสงสัย เลยนั่งเครื่องบินกลับมาพร้อมกัน คุยกัน 11 ชั่วโมง ไม่มีใครสนใจ คุยทุกแง่ทุกมุม บางอย่างพูดตรงนี้ไม่ได้ แต่คุณเนวินได้ให้คำตอบกับผมไว้ เขาต้องการมีส่วนในการแก้วิกฤตประเทศ นักการเมืองอาชีพอย่างเขารอโอกาสนี้ รอโอกาสทำงานเพื่อชาติเต็มกำลัง
ผมเลยพูดกับเขาคร่าวๆ ว่า ถ้าโอกาสนี้มาถึงจะมาปรึกษารายละเอียดกัน แต่ตอนนั้นคุณเนวินบอกว่า กำลังเขามี 70 คน ผมสงสัยมาตลอดว่ามันถึงจริงเหรอ เวลาที่จะต้องแยกตัวออกมา มันกล้ากันขนาดนั้นเหรอ แต่ผมก็ไม่ได้เถียงคุณเนวิน เอาตัวเลขนี้มานับคะแนนต่อ เพราะผมตั้งใจว่าจะตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ อย่างน้อยที่สุด ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะต้องมากกว่า ส.ส.ฝ่ายค้าน 40 เสียง ผมก็ไปบวกเลข เดี๋ยวนี้ผมเก่งคณิตศาสตร์นับทุกวัน เอาพรรคประชาธิปัตย์ 165 บวกพรรคร่วมอื่นๆ คิดมาเสร็จได้ข้อสรุปว่า ผมต้องการเสียงจากคุณเนวิน 20 เสียงเท่านั้นเอง ถ้าคุณเนวินมีให้ผมสัก 20 เสียง ตั้งได้แน่รัฐบาล

มติชนถามว่า … หลังกลับจากอังกฤษมาด้วยกัน ต่อดีลกันยังไง?
สุเทพ ตอบ … ยังครับ หลังจากนั้นผมก็ไปถามคนอื่นๆ ว่า คนที่ร่วมเป็นร่วมตายกับคุณเนวินจริงๆ มีสักกี่คนวะ ทุกคนตอบตรงกันว่า มีไม่เกิน 15 ก็นับให้ฟัง มีบุรีรัมย์ สุรินทร์ อยู่แถวๆ นั้น อีสานใต้ ผมก็ถามว่าถึง 20 ไหม เขาก็ตอบว่าเป็นไปได้ พอเกิดเหตุการณ์ว่าอาจมีการยุบพรรค ผมก็เดินเกมยกสอง เข้าไปบอกว่า เฮ้ย! เนวิน ขอดูตัวเป็นๆ สิวะ ตัวจริงมีเท่าไร ก็มีอยู่ 23 คน เป็นพวกหัวแข็งและอีก 14 คน เป็นพวกที่อ่อนไหว ถ้าถูกกดดันมากๆ จะลำบาก ผมก็เอารายชื่อมาดู แล้วไปเจอรายชื่อของคุณสรอรรถ (กลิ่นประทุม กลุ่มภาคกลาง) อีก 4 มากกว่าที่ผมคิด ผมถึงมั่นใจ

มติชนถามว่า … รวมกับคุณเนวินครั้งนี้ ได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มอื่นอีกหรือไม่ ?
สุเทพ ตอบ … อ่อ..ถูกต้องครับ! ที่จริงกลุ่ม 16 ก็สู้กับผมมาตลอดนะ เช่น คุณเนวิน คุณสรอรรถ กลิ่นประทุม กลุ่มบ้านริมน้ำของคุณสุชาติ ตันเจริญ หรือคุณสุวิทย์ คุณกิตติ เพราะคนพวกนี้เป็นคนที่มีพลังในทางการเมือง ต้องยอมรับ เพราะเขามีเพื่อนฝูง มีคนที่เคารพนับถือมาก และเมื่อผมต้องทำงานใหญ่อย่างนี้ ผมก็ต้องการพลังสนับสนุน อย่างคิงเพาเวอร์เขาก็เอาใจช่วย เขาก็เชียร์ …

เมื่อมติชนถามถึง เหตุผลที่เลือกเนวิน …ทำไมถึงเลือกไว้ใจคุณเนวิน?
สุเทพ ตอบ … เพราะผมเห็นไง มันบอก 70 ผมก็ไปเช็คมา ทำการบ้านจากนักการเมืองทั้งหลายที่คุยกันว่า มันมีเท่าไรกันแน่ ขอสัมผัสหน่อย ผมก็ได้เห็น ก็กลับไปยืนยันพรรคทั้งหลายได้ ขณะที่คุยทีละพรรคว่ามีสัก 20 มันว่ามี 23 ผมว่าเอาสัก 20 ก็พอ

เมือก

นอกจาก “ขั้นตอน-วิธีการ” ในการทำลายประชาธิปไตย ซึ่ง “สุเทพ เทือกสุบรรณ” แกนนำม็อบกบฏ กปปส.ทำลายประชาธิปไตย สารภาพเอาไว้แล้ว “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ยังเปิดปากถึง “ผู้ช่วย” ของเขาในการทำลายประชาธิปไตย ครั้งนั้นเอาไว้อย่างละเอียด…

…มติชนถามว่า…. ถูกโจมตีว่าการตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีสีเขียวเข้ามาช่วยเยอะ ?
สุเทพ ตอบ … ผมคิดว่าสิ่งที่เขาช่วยเราได้มาก คือจุดยืนที่เขาประกาศว่า เขาไม่ปฏิวัติ ผมยกย่องให้คะแนนเขา พอเขาพูดจาอย่างนี้ทำให้เรากล้าสัมผัส เมื่อก่อนเราไม่กล้าไปคุยกับเขา เราเห็นเขาเชิญอาจารย์มหาวิทยาลัย ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ นักธุรกิจ สื่อ เข้าไป ตอนแรกเขาก็เหนียมไม่กล้าคุยกับเรา ผมก็ต่อผ่านคนโน้นคนนี้ขอคุย แต่เขาระวังตัวมาก ไม่ต้องการเทกไซด์กับพรรคการเมืองไหน
แต่ราก็ต้องการจะพูดคุยกับคุณอนุพงษ์ (เผ่าจินดา ผบ.ทบ.) ผมไม่ได้สะเปะสะปะ เพราะคิดว่าเขาคงไปพูดคุยกับพี่ๆ น้องๆ ผบ.เหล่าทัพได้ ผมก็ติดต่อไป เรียนถามด้วยคำถามบางประการ เช่น ท่านหมายความตามที่พูดใช่ไหมครับ ว่าไม่ปฏิวัติ ที่บอกให้ฝ่ายการเมืองหาทางออกกันเอง ท่านอย่าโกรธผมนะ ผมอยากถาม ตอนแรกทางโทรศัพท์ก่อน แต่ตอนหลังก็ได้คุยหลายครั้ง เพราะผมก็ต้องการความมั่นใจ และผมเห็นว่า ผบ.ทบ.คนนี้ตั้งใจจริง ท่านพูดให้ผมฟังเป็นฉากๆ เลยว่า ถ้าปฏิวัติไปมันไม่สำเร็จยังไง มีปัญหายังไง ซึ่งตรงกับที่เราคิด ไม่ต่างกันเท่าไร
ผมก็ถามต่อว่า ถ้าเราแก้ไข รวบรวมนักการเมืองมาจัดตั้งรัฐบาลได้ เขาช่วยเราไหมเวลาทำงาน เพราะรู้ว่าใครมาเป็นรัฐบาลคราวนี้เป็นทุกขลาภ มีปัญหาเยอะแยะ เขาพูดกลับเลยว่า ท่านทั้งหลายเป็นผู้บังคับบัญชาผมนะครับ ถ้าท่านเป็นรัฐบาล ผมการันตีว่าสั่งมาทำให้หมด ผมสนับสนุนเต็มที่ กองทัพจะยืนอยู่ข้างรัฐบาลที่มาจากประชาชน เฮ้ย! (มือตบเข่าเสียงดัง) พูดจาดีมาก มีกำลังใจ

มติชนถามว่า … การพาแกนนำพรรคร่วมไปพบ พล.อ.อนุพงษ์ที่ พล.ร.1 รอ. การพูดคุยเป็นยังไง ?
สุเทพ ตอบ … ก็ตามที่ผมได้พูดให้ฟัง ผมจะได้สามารถไปคุยกับพรรคอื่นได้ว่า ถ้าเราทำสำเร็จ เราไม่ว้าเหว่ เรามีมือมีไม้ให้รัฐบาลได้ใช้งานนะ พูดกันตรงๆ ทำให้เห็นว่า ผมที่เป็นคนจัดการรัฐบาลเข้ากับกองกำลังได้หรือเปล่า แต่เขาสุภาพบุรุษมาก เป็นทหารประชาธิปไตยที่ต้องยกย่อง เขาบอกว่า ท่านอย่าให้ผมไปเกี่ยวข้องกับเรื่องทางการเมืองนะครับ แต่ถ้าท่านเป็นรัฐบาล พวกผมทำให้ทุกเรื่อง สั่งมา พวกผมเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา แล้วก็บอกว่า เอาใจช่วยขอให้ท่านทำสำเร็จ
แล้วท่านก็ขออนุญาตบอกมาว่า อย่าโกรธท่านนะ เขาว่าพรรคประชาธิปัตย์ปากร้าย พูดจาเพื่อนโกรธ ต้องพูดเพราะๆ หน่อย ถ้าจะเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ท่านต้องเสียสละมากๆ เพราะคนเขากลัวประชาธิปัตย์จะเอาเปรียบ ผมบอกว่าเปลี่ยนไปแล้วครับ ผมก็บอกว่า ถ้าคุณอภิสิทธิ์เป็นนายกฯมีอายุน้อย ท่านรับได้ไหม เขาก็เห็นว่า คุณอภิสิทธิ์เป็นคนมีความรู้ เป็นผู้นำฝ่ายค้านก็ต้องเป็นนายกฯได้

มติชน ถามอีกว่า … หลังจากนี้รัฐบาลประชาธิปัตย์จะต้องพึ่งพิงกองทัพแค่ไหน ?
สุเทพ ตอบ … ต้องพึ่งแน่ การสร้างความสมานฉันท์ ต้องมีกำลังที่ออกไปทำในทุกพื้นที่ ถ้ากองทัพหนุนรัฐบาล จะทำให้ส่วนราชการเคลื่อนง่าย ไม่ใส่เกียร์ว่าง อันนี้สำคัญมาก ผมเชื่อว่าข้าราชการทั้งหมดต้องดูผู้นำเหล่าทัพ ที่เดินอยู่แถวหน้า

มติชนถามว่า … แสดงว่าจุดขาย ที่เอาไปเสนอกับพรรคร่วมคือมีทหารสนับสนุน ?
สุเทพ ตอบ … ผมไม่ได้เสนออย่างนั้น พวกนั้นไม่ได้คิดเรื่องนี้ สิ่งที่หวั่นที่สุดคือ ผมต้องตอบคำถามว่า เนวินมีกี่เสียง สุเทพ! เห็นจริงหรือเปล่าวะ ทุกคนไม่ไว้ใจเนวิน

…ชัดเจนจาก “ปาก” ของ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” เอง…การทำลายประชาธิปไตย การทำลายประชามติ การทำลายเสียงอันเป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ … นั้นถือเป็นเรื่อง “ปกติ-ธรรมดา” และ ไม่เคยแม้กระทั่ง “กระดากอาย” !
หากการกระทำนั้นเป็นการกระทำเพื่อ “ตัวเอง-พวกพ้อง” และ “อำนาจ” !!
ที่สำคัญ สำหรับ “สุเทพ เทือกสุบรรรณ”….ถนัดนักเรื่อง “ลักกิน-ขโมยกิน” !!!

Related News

Share

About Author

mark