จากกรณีที่ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” โดย “นายวิชา มหาคุณ” กรรมการ ป.ป.ช. ได้ออกมาแถลงข่าวชี้แจงกรณีความล่าช้าของการดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีทุจริตระบายข้าวสารในสต็อกรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เกิดเหตุตั้งแต่ 2552-2553 โดยยอมรับว่า มีความล่าช้าจริง !!!
โดยอ้างว่าสาเหตุที่ทำให้การสอบสวนการทุจริต ในคดีที่เกิดขึ้นตั้งแต่สมัย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ล่าช้า เพราะ “เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ 2554” ทำให้หน่วยงานต่างๆ ส่งเอกสารให้ ป.ป.ช.ไม่ได้ รวมไปถึงกรณีที่ “ม็อบกบฏ กปปส.” ปิดหน่วยราชการ ตามปฏิบัติการณ์ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ทำให้การสอบสวนคดีทุจริต “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์”ยังไม่มีความคืบหน้า 

( อย่างหนา!!ป.ป.ช.อ้าง “น้ำท่วม-ม็อบกบฎชัตดาวน์”ทำเอียงข้าง สอบทุจริตระบายข้าว รบ.มาร์คไม่ขยับ..ร้อนตัวแถลงโยนความผิดหน่วยงานอื่น )
โดย เหตุผลที่ 1. นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า คดีทุจริตการระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2552-2553 นั้นมี “ผู้ร้องหลายกรณี” ทำให้การสอบสวนล่าช้า
อาทิ 1.1 กรณี“ส.ส.พรรคเพื่อไทย” กล่าวหาร้องเรียน นางพรทิวา นาคาศัย แกนนำพรรคภูมิใจไทย ในสมัยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าว และคณะทำงานว่า กระทำผิดฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ในการประมูลขายข้าวออกต่างประเทศ เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประมูลซื้อข้าวในราคาต่อกว่าราคาตลาด
1.2 มีผู้ร้องเรียนกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี สมัยดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรองประธาน กขช. นางพรทิวา ภาคาสัย แกนนำพรรคภูมิใจไทย สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายมนัส สร้อยพลอย สมัยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศฐานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ
1.3 ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของ นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และพวกมาให้ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการถอดถอนนางพรทิวา นาคาสัย แกนนำพรรคภูมิใจไทย สมัยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรณีทุจริตในโครงการระบายข้าวสารของรัฐบาล
1.4 รวมทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอส) ก็ได้ส่งหนังสือให้ไต่สวนโครงการระบายสินค้าเกษตรข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล เพื่อให้พิจารณาจำนวน 2 เรื่อง
โดย ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งชุดในการไต่สวนคดีนี้ และดำเนินการ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนไปพร้อมกันทั้งกรณีถอดถอนและการดำเนินคดีอาญา ของนายอภิสิทธิ์และนางพรทิวา โดยถือเป็นเรื่องเดียวกัน
เหตุผลข้อแรก “ร้องเยอะ…งานเยอะ” ทำให้ช้า….พอรับฟังกันได้ แต่ไม่น่าจะมีน้ำหลักเพียงพอที่จะยืนยันว่า ป.ป.ช.จึงจำเป็นต้องปล่อยให้คดีทุจริตรัฐบาลอภิสิทธิ์ล่าช้า แล้วมาเร่งคดีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลชุดปัจจุบันให้รวดเร็วยิ่งขึ้นฟังยังไงก็ฟังไม่ขึ้น !!!
เหตุผลต่อมา เหตุผลที่ 2..ป.ช.ได้ไต่สวนผู้เกี่ยวข้องต่างๆมากมาย ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ กรมการค้าต่างประเทศ องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อตก.) อดีตกรรมการระบายข้าว และบุคคลอื่นๆ อีก รวม 25 ราย โดยดำเนินการเรียกมาไต่สวนทุกวัน ไม่ได้หยุด พร้อมพยาน และยังมีหนังสือขอทราบข้อเท็จจริงพร้อมเอกสารหลักฐานไปยังหน่วยงานต่างๆ 16 แห่ง แต่ปรากฎว่บางหน่วยไม่ส่งให้เนื่องจากเอกสารเหล่านั้นถูกน้ำท่วมไปเมื่อปี 2554 ซึ่ง ป.ป.ช.เห็นใจ เพราะเป็นเรื่องการระบายข้าวตั้งแต่ปี 2552-2553
เหตุผลข้อนี้ …หตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 ทำให้เกิดความล่าช้า แล้วยัง “โยนความผิด” ให้ “หน่วยราชการอื่น” ว่าไม่ยอมส่งข้อมูลให้ ก็ต้องถามกลับไปยัง ป.ป.ช.ให้ตอบให้ชัดเจนว่า เหตุผลนี้ สะท้อนให้เห็นการทำงานที่เต็มที่ของ “ป.ป.ช.”แล้วหรือไม่ ?
หากทำงานเต็มที่แล้ว ป.ป.ช. มีอำนาจในการเรียกเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ หรือไม่ ??
เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 250 กำหนดให้ ป.ป.ช.มีอำนาจ ตามมาตรา 213 ซึ่งระบุให้มี “อำนาจเรียกเอกสารหรือหลักฐาน ที่เกี่ยวข้องจากบุคคลใด หรือเรียกบุคคลใดมาให้ถ้อยคำ ตลอดจนขอให้พนักงานสอบสวน หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ดำเนินการใดเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาได้”
…ข้ออ้าง “น้ำท่วมใหญ่” มิหน่ำซ้ำยัง “โยนความผิด” ให้หน่วยงานอื่น … เหมาะสมกับตำแหน่ง ป.ป.ช. แห่งประเทศไทยหรือ ??

เหตุผลที่ 3 ป.ป.ช. อ้างว่า บางหน่วยงานมีการปิดล้อมสถานที่ราชการของผู้ชุมนุม กปปส.จึงทำให้พยานหลักฐานขัดข้อง …
เหตุผลนี้ คงไม่ต้องสอบถามอะไรกันต่อ “ม็อบกบฏชัตดาวน์” ทำให้ “ตรวจสอบทุจริตรัฐบาลอภิสิทธิ์”ไม่ได้…แต่สอบโครงการรับจำนำข้าวได้รวดเร็ว ว่องไว …นี่หมายความว่า “ป.ป.ช.มาตรฐานเดียว” อย่างนั้นหรือ ???

ปปป

เหตุผลที่ 4 สุดท้าย ป.ป.ช.อ้างว่า กรณีโครงการรับจำนำข้าว เพิ่งเกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ทำให้ การสอบสวนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว แต่ขณะที่การทุจริตระบายข้าวสารในสต็อกรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2552-2553 แต่เพิ่งมีการร้องเรียนในปี 2554 ทำให้ค้นหาเอกสารหลักฐานย้อนหลังได้จากลำบาก

จากการตรวจสอบพบว่า ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 โดยเว็บไซด์กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ได้เผยแพร่ข่าว โดยพาดหัวว่า “ป.ป.ช.ตั้งอนุฯสอบนายกฯทุจริตระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาล” ( http://bit.ly/hnDhdM ) เนื้อหาระบุว่า “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับพวก ปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ ในการระบายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาล ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อมวลชน และมีผู้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการขายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาล จำนวน 5.6 ล้านตัน (เป็นข้าวนาปรัง ปี 2551 นาปี ปี 2551/2552 และนาปรัง ปี 2552 ตามโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาล) โดยมิชอบ”

“เนื่องจากในการดำเนินการระบายข้าวสารในสต็อกของรัฐบาลดังกล่าว ได้มีการเรียกบริษัทผู้ส่งออกเฉพาะบางราย เข้าไปเสนอราคาซื้อ โดยไม่ปรากฏว่ามีการเปิดประมูลเพื่อให้มีการแข่งขันเป็นการทั่วไป อันมีลักษณะเป็นการกีดกันการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม อีกทั้ง บริษัทผู้ส่งออกที่เข้าเสนอราคาซื้อได้เสนอราคาซื้อต่ำกว่าราคาตลาดในขณะนั้นมากเป็นเหตุให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ต่อการขายข้าว 1 ล้านตัน

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะประธานคณะทำงานดำเนินการระบายข้าวสาร นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการพิจารณาระบายข้าวสาร นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ในการดำเนินการระบายข้าวสารในสต๊อกของรัฐบาล

ซึ่งคดีนี้ ป.ป.ช.มีมติแต่งตั้งอนุกรรมการตรวจสอบตั้งแต่ 30 พฤศจิกายน 2553 ในช่วงที่ “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ยังอยู่ในอำนาจ ไม่ใช่เพิ่งมีการร้องเรียนในปี 2554 แน่ๆ 
… เอกสารหลักฐาน ตอนนั้นก็น่าจะ สดๆ ร้อนๆ !
… รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ยังอยู่ในอำนาจ น่าจะขอเอกสารหลักฐานได้สะดวก !!
… เหตุการณ์ “น้ำท่วมใหญ่” ให้นำมาอ้างว่า เอกสารสูญหาย…ก็ยังไม่เกิดขึ้น
… แล้วคืบหน้า ไปแล้วแค่ไหน..อย่างไร???
… “ป.ป.ช.” อย่าลุย “น้ำขุ่น” ต่อไปเลย… มันเลอะเทอะ !!!

Related News

Share

About Author

mark