“วิชา มหาคุณ” โฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงล่าสุดกรณีเร่งตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าว ระบุว่า “ป.ป.ช.” มีมติแจ้งข้อกล่าวหา “นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี และไต่สวนข้อเท็จจริงโครงการรับจำนำข้าว โดยอ้างว่าก่อนหน้านี้ ป.ป.ช. ได้ทำหนังสือทักท้วงไปก่อนหน้านี้แล้วว่าโครงการดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาทุจริตในขั้นตอนการดําเนินการ ปยังรัฐบาลแล้ว แต่กลับยังดำเนินโครงการต่อไป จึงเป็นการจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ
โดย “วิชา มหาคุณ” กรรมการ ป.ป.ช. ผู้ยอมรับว่า มาเป็น ป.ป.ช.ได้ เพราะมีการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 ยังกำหนดวันจะแจ้งข้อกล่าวหากับนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 พร้อมทั้งประกาศว่า “ภายในเดือนมีนาคม จะเร่งสรุปชี้มูลถอดถอนนายกรัฐมนตรี ให้ได้” !!!
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า  “ป.ป.ช.” และ “วิชา มหาคุณ” เร่งดำเนินการกรณี “โครงการรับจำนำ” อย่างผิดปกติและมีนัยยะสำคัญ…โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ “คดีทุจริตระบายข้าวในสต็อกรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2552-2553 ??
อีกทั้งเมื่อกลับไปพิจารณาข้ออ้างของ ป.ป.ช. ที่ระบุว่า ป.ป.ช. เคยทำหนังสือเตือน พร้อมแนะนำเกี่ยวกับการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวก่อนหน้านี้ไปยังรัฐบาลแล้ว อันเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ ป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ยิ่งทำให้น่าสงสัยอย่างยิ่งต่อการ “เร่งดำเนินคดี” กับ “ฝ่ายหนึ่ง-ฝ่ายใด” เพียง “ฝ่ายเดียว” อย่างเห็นได้ชัด !
เนื่องจาก ในกรณี “โครงการประกันรายได้เกษตรกร” ของ “รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์” ที่มี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็น “นายกรัฐมนตรี” (2551-2554) “ป.ป.ช.” ก็เคยทำหนังสือเตือนเรื่องการทุจริตและมีข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับข้ออ้างในการเร่งดำเนินคดีกับ “โครงการรับจำนำข้าว”!
จากการตรวจสอบพบว่า “ป.ป.ช.” ได้ทำหนังสือราชการถึง “นายกรัฐมนตรี” ขณะนั้น (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ที่ ปช. 0002/0110 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 เรื่อง “ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตในการแทรกแซงตลาดข้าวของรัฐบาล” อ้างว่า ปัญหาการทุจริตเกี่ยวกับการแทรกแซงตลาดพืชผลการเกษตรกร มีปรากฎให้เห็นอยู่โดยตลอดทั้งทางสื่อมวลชนและที่เป็นเรื่องกล่าวหาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ทำให้เห็นได้ว่าการทุจริตที่เกิดจากการปฏิบัติให้เป็นไปตามนโยบายและมาตรการแทรกแซงตลาดพืชผลการเกษตรภาครัฐที่ผ่านมามีการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบและเป็นกระบวนการ ด้วยกลวิธีที่ฉ้อฉลบิดเบือน และแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายในทุกขั้นตอนของการแทรกแซงในแต่ละรูปแบบ การทุจริตที่เกิดขึ้นดังกล่าวหยั่งรากลึกสะสมติดต่อกันมาเป็นเวลานาน และก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการสร้างภาระด้านงบประมาณในแต่ละปีเป็นจำนวนมาก และการลดความสามารถในการแข่งขันการส่งออกของประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดความสูญเสียต่อทรัพยากรของประเทศจำนวนมหาศาล…”

ปช

“ป.ป.ช.” ลืมไปหรือไม่ว่า ครั้งหนึ่งเคยทำ “หนังสือแจ้งเตือนการทุจริตคอรัปชั่นโครงการแทรกแซงตลาดข้าว” ไปยัง “รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ?

หรือ “ป.ป.ช.” อาจจะลืมไปหรือไม่ว่า  ในมือ “ป.ป.ช.” ก็มี “คดีทุจริตรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 และ “ดีเอสไอ”ได้สรุปสำนวนการสอบสวนและส่งให้ “ป.ป.ช.” ดำเนินการเอาผิดกับ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี , ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรีและพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ มาตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2555  ที่ต้องตรวจสอบอยู่ ?

ที่สำคัญ หากใช้ “มาตรฐาน” เดียวกันกับการที่ “ป.ป.ช.” ดำเนินการกับ “โครงการรับจำนำข้าว” … “คดีทุจริตรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นรัฐบาล คือ ปี พ.ศ.2551-2554 ซึ่ง “ป.ป.ช.” ก็ทำ “หนังสือเตือนการทุจริต” เช่นเดียวกัน ก็น่าที่จะดำเนินการ “สอบสวน” เสร็จเรียบร้อยไปก่อนหน้านี้นานแล้วหรือไม่ ?? 
แต่ในทางกลับกัน สิ่งที่ปรากฏข้อเท็จจริงอย่างชัดเจนในวันนี้คือ “กรณีโครงการรับจำนำข้าว”… “ป.ป.ช.” กลับใช้เวลาดำเนินการไม่กี่วัน
ขณะเดียวกัน “คดีทุจริตรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่อยู่ในมือ “ป.ป.ช.” กลับถูกดองยาว มากว่า 4 ปีต่อเนื่อง !!!
หรือ “ป.ป.ช.” จะลืมไปว่า…คำว่า “มาตรฐาน” ที่แท้จริงแล้ว “สะกด” อย่างไร ???

Related News

Share

About Author

mark