แม้ “ม็อบกบฏ กปปส.” ที่ชุมนุมยืดยาวมากว่า 120 วัน จะต้องครึ่งคราว ที่ประสบภาวะถดถอย มวลชนลดน้อย กระแสตก กระสุนฝืด จน “สุเทพ เทือกสุบรรณ” หัวหน้าม็อบกบฏ จำใจต้องตัดสินใจ “ยุบเวทีชุมนุม” เหลือเวทีเดียว ไปซุกตัวตั้งหลักอยู่ใน “สวนลุมพินี” แล้วก็ตาม แต่ “เครือข่ายกบฏ กปปส.” ก็ใช่ว่าจะยุติเคลื่อนไหว โดยเฉพาะ “เครือข่ายอำมาตย์” ที่ยังคงขยับอย่างต่อเนื่อง แม้โอกาสที่จะไปถึงฝั่งฝัน “เว้นวรรคประชาธิปไตย” จะลดน้อยถอยลงก็ตาม !
ล่าสุด 28 กุมภาพันธ์ 2557 ก่อนที่ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” จะประกาศยุบเวทีการชุมนุม มีรายงานว่า ช่วง 09.20 น. “พลากร สุวรรณรัฐ” องคมนตรี ขึ้นเครื่องบินสายการบินยักษ์ใหญ่ เที่ยว กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ด้วย ที่นั่งชั้นพิเศษ  11A และ 11B คู่ไปกับ ข้าราชการผู้ใหญ่คนใกล้ชิด
ตลอดระยะเวลาเดินทางกว่าชั่วโมง มีรายงานว่า มีการพูดคุยกันออกรสออกชาด เรื่องสถานการณ์การเมืองไทย ไปจนถึงความคาดหวังต่อเก้าอี้ “นายกรัฐมนตรีคนกลาง” ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต้องห่วงอะไร เพราะสุดท้ายจะสงบราบรื่นไปได้ ทุกฝ่ายมีความเป็นห่วงเป็นใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็จะมีทางออกจนได้”
เนื้อหาการสนทนา ส่วนหนึ่งออกมาว่า หลายคนพร้อมที่จะเสียสละข้ามาช่วยคลี่คลายวิกฤติของบ้านเมือง พร้อมที่จะเข้ามาเป็น “คนกลาง” ที่จะมาแก้ไขสถานการณ์ต่างๆในขณะนี้ให้ดีขึ้น พร้อมที่จะมาเป็น “ผู้นำ” ในการสร้างความสามมัคคี แม้อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการควบคุมสถานการณ์
มีเสียงบอกว่า “ท่านเองก็เป็นหนึ่งคนที่ เหมาะสมอย่างยิ่ง ในการเสียสละเข้ามาแก้ไขวิกฤติ” !!!
นอกจากนี้ในระหว่างการสนทนา มีการพูดถึง การสูญเสียระหว่างเกิดวิกฤติการเมืองครั้งนี้ เพราะระยะเวลาแค่ 100 กว่าวัน  ที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บไปแล้วนับร้อยราย
โดยเสียงตอบรับจากหนึ่งในคู่สนทนาออกมาว่า อาจจะมีผู้ได้รับผลกระทบบ้าง ครั้งนี้อาจจะมีคนได้รับผลกระทบเป็น “พันคน” หรือเป็น “หมื่นคน” แต่วิกฤติครั้งนี้ก็จะผ่านไปได้ เมื่อมี “คนกลาง” เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง เมื่อถึงจุดนั้นทุกอย่างก็จะคลี่คลายไปได้เอง
และ “ถ้าจะช่วยให้วิกฤติของบ้านเมืองคลี่คลายไปได้ ก็พร้อมที่จะเข้ามาเป็น “คนกลาง” ช่วยแก้ปัญหา” !!!

ข้อมูลล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข ได้สรุปข้อมูล การชุมนุมของม็อบกบฏ กปปส. ตั้งแต่ 30 พฤศจิกายน 2556-28 กุมภาพันธ์ 2557 เสียชีวิตไปแล้ว 23 ราย บาดเจ็บรวม 765 ราย
คำถามสำคัญก็คือ ถึง “นายกฯคนกลาง” หรือ “ใคร” ก็ตามที่จะอาศัยวิกฤติแทรกเข้ามาครอบครองอำนาจในการกำหนดทิศทางของประเทศ แทนอำนาจของประชาชนตามที่กฎหมายกำหนด คือ “ประชาชนผู้บริสุทธิ์” จะต้องสังเวยให้ “คนกลาง” และ “ผู้นำ” ในสร้างความสามัคคี นับ “พันคน” นับ  “หมื่นคน” เลยหรือ ???
สำหรับ “นายพลากร สุวรรณรัฐ” องคมนตรีนั้น มีปรากฎชื่อทั้งในสื่อสารมวลชน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาว่า เป็นหนึ่งในผู้ที่เหมาะสมจะเข้ามารับตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรีคนกลาง” ร่วมกับรายชื่อของบุคคลอื่นๆ อาทิ “พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์” องคมนตรี , นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี , พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม รวมไปถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. ที่มีการกล่าวถึงกันก่อนหน้านี้ !!!

Related News

Share

About Author

mark