“สุภา ปิยะจิตติ” รองปลัดกระทรวงการคลัง ที่กำลังเข้าสู่ “กระบวนการสรรหา กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” ในการประชุม “คณะกรรมการสรรหา” ในการประชุมวันที่ 9 เมษายน 2557 นี้ ควรจะตอบ “คำถามสำคัญ” สำหรับคนไทยและสังคมไทย ให้ชัดเจนเสียก่อนว่า หากได้รับการสรรหาเข้าไปเป็น “กรรมการ ป.ป.ช.” แล้ว…

… “คดี” ที่ “สุภา ปิยะจิตติ” ถูก “ป.ป.ช.” มีคำสั่งให้ไต่สวนว่ามีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำความผิดให้มีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ในกรณีการประกวดราคาให้เช่าเนื้อที่โฆษณารถโดยสารปรับอากาศ 1,109 คัน และรถโดยสารปรับอากาศรุ่น ยูโรทู 750 คัน โดยมิชอบ ซึ่งมีการแก้ไขสัญญาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน ขณะดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารกิจการ ขสมก.เมื่อปี 2543 นั้นจะถูก “แทรกแซง” โดย “อำนาจ ป.ป.ช.” ของ “สุภา ปิยะจิตติ” หรือไม่ ?
ที่สำคัญคือ “สุภา ปิยะจิตติ” จะ “วางตัว” ในตำแหน่ง “ป.ป.ช.” อย่างไร ในขณะที่ “ตัวเอง” ถูก “ป.ป.ช.” อันเป็น “องค์กรต้นสังกัด” ไต่สวนคดีทุจริตเสียเอง ??
ที่สำคัญคือ “ป.ป.ช.” ทั้งคณะเอง จะให้ “คำตอบ” กับ “สังคม” ได้เต็มปากได้อย่างไรว่าจะดำรงความยุติธรรม และไม่ใช้อำนาจในการช่วยเหลือ “คดีทุจริต” ที่ “กรรมการ ป.ป.ช.” ซึ่งเป็น “พวกพ้อง” ของตัวเอง ถูกไต่สวนอยู่ ???
ซึ่ง “คำถาม” เหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างปฏิเสธไม่ได้ หาก “ป.ป.ช..” คนใหม่ ชื่อ “สุภา ปิยะจิตติ” !!
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า “สุภา ปิยะจิตติ” นั้นเคยสมัครเข้าร่วมการ “สรรหา” เป็น “กรรมการ ป.ป.ช.” ครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อครั้งที่มีการ “สรรหากรรมการ ป.ป.ช.” แทน “กล้านรงค์ จันทิก” อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ที่หมดวาระลง ในช่วงเดือนตุลาคม 2556 แต่ครั้งนั้น “คณะกรรมการสรรหา” ได้เลือก “ณรงค์ รัฐอมฤทธิ์” เป็น “กรรมการ ป.ป.ช.” ทำให้ “สุภา ปิยจิตติ” ต้องสอบตก จึงสมัครเข้ารับการสรรหาอีกครั้งในครั้งนี้
นอกจากนี้ยังพบว่า “สุภา ปิยะจิตติ” ยังเป็น “1 ใน 4 ของพยานปากเอก” ของ “ป.ป.ช.” ชุดนี้ ในการดำเนินการ “ล้มโครงการรับจำนำข้าว”
โดย “ป.ป.ช.” พยายามอ้างว่า  “สุภา ปิยะจิตติ” เป็น “ประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว” ที่เชื่อว่า “โครงการจำนำข้าวขาดทุน 2 แสนกว่าล้านบาท” แต่ปรากฏว่า “หลักฐานชิ้นสำคัญของ สุภา ปิยะจิตติ และ ป.ป.ช.” ดังกล่าวนั้นอาจจะกลายเป็น “หลักฐานที่ไม่สมบูรณ์” เนื่องจากยัง “ไม่ได้” มีการนำเสนอรายงานต่อ “ปลัดกระทรวงการคลัง” ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรง เพื่อพิจารณานำเสนอต่อ “ปลัดกระทรวงพาณิชย์” ในฐานะ “เลขานุการของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)” เพื่อเข้าสู่การประชุมพิจารณาของ “ที่ประชุม กขช.” ตามกระบวนการที่ถูกต้อง!!!
ทำให้ “รายงานปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว” ของ “สุภา ปิยะจิตติ” ที่ “ป.ป.ช.” นำมาใช้เป็น “หลักฐานสำคัญ” ในการ “ไต่สวนโครงการรับจำนำข้าว” นั้น ส่อที่จะเป็น “รายงานเถื่อน” !!!
นอกจากนี้ “ตัวเลข” ต่างๆใน “รายงานปิดบัญชีฯ” ฉบับที่ไม่ได้ผ่านการพิจารณารับรองความถูกต้องตามขั้นตอน ยัง “ไม่ตรง” กับข้อมูลใน “รายงาน” ของ “คณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลปริมาณข้าวคงเหลือขององค์การคลังสินค้าและองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร” ที่มี พล.ต.อ.พงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกตามนโยบายรัฐบาล ตัวแทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นคณะทำงาน และมี พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นประธานคณะทำงาน
โดยทั้งตัวเลข รายได้ รายจ่าย กำไร รวมไปถึง “จำนวนข้าวในโกดัง” กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง !!!
แต่ปรากฏว่า “ป.ป.ช.” กลับหยิบยก “รายงานปิดบัญชีโครงการรับจำนำ” ที่จัดทำขึ้นโดย “สุภา ปิยะจิติต” มาเป็น “หลักฐานสำคัญ” ในคดีล้มโครงการรับจำนำข้าว … ซึ่งนับว่าน่าแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง !!!
รวมทั้งยังมี รายงานข่าวจาก ป.ป.ช. ระบุว่า หลายกระแสตรงกันว่า กรรมการ ป.ป.ช. บางคน ได้แสดงความเห็นสนับสนุน “สุภา ปิยะจิตติ” ให้เข้ามาเป็น “กรรมการ ป.ป.ช.” คนใหม่ โดยยกเรื่อง “หลักฐานการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวฯ” ว่าเป็นผลงานเด่นของ “สุภา ปิยะจิตติ” เหนือผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการ ป.ป.ช.คนอื่นๆ ทั้งๆ ที่ “ข้อมูลบัญชีโครงการรับจำนำข้าวฯ” ที่จัดทำโดย “สุภา ปิยะจิตติ” นั้นส่อว่าจะมีปัญหาทั้งในเรื่องของขั้นตอนกระบวนการและตัวเลขต่างๆที่ไม่ตรงกับหน่วยงานอื่น ซึ่งมีผลต่อ “ความน่าเชื่อถือของหลักฐาน” ในทุกมิติ และ “สุภา ปิยะจิตติ” ยังถูก “ป.ป.ช.” เอง สั่งให้ไต่สวน กรณีการร่วมกันทุจริตการประกวดราคาค่าโฆษณาของ ขสมก.เมื่อปี 2543 ก็ตาม !!!

สุภา2

Related News

Share

About Author

mark