ศาลอาญา มีคำสั่งอนุญาตปล่อยชั่วคราว นายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส. อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ฐานบุกรุกสถานที่ราชการ /กบฏ /ยุยงปลุกปั่นให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย และ มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยตีราคาประกัน 6 แสนบาท ภายหลังจากถูกจับกุมกลางดึก วันที่ 25 เมษายน 2557 ได้ไม่กี่นาที 

แม้จะสร้างความงุนงงกับประชาชนหลายภาคส่วนอยู่บ้าง กับ “อิสรภาพ” ที่ “สกลธี ภัททิยกุล” ได้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ชนิดที่หลายคนยังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่า “อดีต ส.ส.ปชป.แกนนำ กปปส.” ผู้นี้ถูกจับกุมตัวก่อนหน้านี้
แต่หากพิจารณาจากประวัติ ของ “สกลธี ภัททิยกุล” ซึ่งเป็น “บุตรชาย” ของ “พล.อ.วินัย ภัททิยกุล” อดีตเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) หัวขบวนในการทำ “รัฐประหาร 2549”
ภายหลัง “พล.อ.วินัย ภัททิยกุล” ผู้เป็นพ่อ กระทำการยึดอำนาจ-ฉีกรัฐธรรมนูญ “สกลธี ภัททิยะกุล” ก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “เลขานุการ” ของ “จรัญ ภักดีธนากุล” ขณะดำรงตำแหน่ง “ปลัดกระทรวงยุติธรรม”
จากนั้นจึงเดินเข้าสมัครเป็น “ส.ส.กทม.พรรค ปชป.” ในการเลือกตั้ง ปี 2550 !!
“อิสรภาพ” ของ “แกนนำ กปปส.” ครั้งนี้จึงได้ “ทิ้งคำถาม” เอาไว้มากมาย โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับ “ผู้ต้องหาคดีการเมือง” อื่นๆ ตาม อัตราโทษ และความร้ายแรงของการกระทำความผิด ที่ถูกกระทำมาก่อนหน้านี้และขณะนี้
ส่งผลให้ในวงสังคม “ตั้งข้อสังเกต” ไปถึง “สายคอนเน็กชั่น” ภายในกระบวนการยุติธรรม ของ “สกลธี ภัททิยกุล” อดีต “เลขานุการ” ของ “จรัญ ภักดีธนากุล” สมัยเป็น “ปลัดกระทรวงยุติธรรม” ว่า มีผลต่อการได้รับการอนุญาตให้ “ประกันตัวอย่างรวดเร็ว” ในครั้งนี้หรือไม่ ?? 
ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิด “คำถาม” เหล่านี้ ขึ้นในสังคม ก็มีสาเหตุมาจาก “ปรากฏการณ์” หลายอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการที่ “แกนนำ” กลุ่มมวลชนที่สั่งการให้บุกยึดสนามบินแห่งชาติ ได้รับการประกันตัว แต่ “มวลชน” อีกกลุ่มกลับถูก “จองจำ” เพียงแต่กระทำการขัด “พรก.ฉุกเฉิน” ของ ศอฉ.
หรือแม้แต่การดำเนินคดีที่ “ฝ่ายหนึ่ง” คืบหน้า รวดเร็ว เร่งวัน เร่งคืน อีกการดำเนินคดีกับอีกฝ่ายหนึ่งกลับไม่มีความชัดเจนใดๆ!!
ซึ่งทั้งหมดล้วนแต่ทำให้ “คนไทย-สังคมไทย” ได้เรียนรู้ และพาจับตา สิ่งที่เรียกว่า “ตุลาการภิวัฒน์” ที่เคยมี “อิทธิพล” ต่อภาคส่วนต่างๆ ทั้ง “สังคม” และ “การเมือง” มาแล้วยุคหนึ่งสมัยหนึ่ง !!
แต่แม้ “ตุลาการภิวัฒน์” จะดูเหมือนซาๆ ลง ไปแล้วจาก “การเมืองไทย” แต่ “บุคคล” หรือ “กลุ่มบุคคล” ที่อยู่ในกระบวนเหล่านี้ก็ยังไม่ได้ยุติความเคลื่อนไหวไปโดยสิ้นเชิง
ซึ่งก็ทำให้ได้เห็น “การแทรกแซง” กระบวนการต่างๆ อยู่เป็นระยะๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านการเมือง-การบริหาร หรือ นิติบัญญัติ รวมไปถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอยู่เป็นระยะๆ
ม้แต่การแต่งตั้งโยกย้าย “ข้าราชการตำรวจ” ในช่วงปลายปี 2556 กระทั่งถึงต้นปี 2557 ก็ยังพบความพยายามแทรกแซงการจากบุคคล ที่อ้างว่าอยู่ภายในกระบวนการยุติธรรม
โดยพบว่า ในช่วงเดือนตุลาคม 2556 มี “เอกสาร” อ้างว่าเป็นข้อเขียนจาก “เลขาธิการสำนักงานศาล .. ” พร้อม “ลายมือชื่อ” แจ้งว่า
“เรียน พี่เอก ที่เคารพรัก.
ท่านประธาน ประสงค์ จะสนับสนุน พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงกุล ซึ่งเป็นเพื่อนกับหลานท่าน ให้ได้เป็น ผกก.เพราะเป็นคนดี อยุ่ นรต.รุ่น 47 มีอาวุโสมากพอ (เพื่อนรุ่นเดียวกันเป็น รอง ผบก.และส่วนใหญ่เป็น ผกก.กันแล้ว)
ขอความกรุณาพี่เอก ช่วยแนะนำด้วยครับว่าท่านประธาน หรือ ผม ต้องดำเนินการอย่างไรบ้างครับ
ขอขอบพระคุณ
(ลายมือชื่อ)
25 ตค.56

….
จากนั้นในเดือนมกราคม 2557 ก็ได้มี “เอกสาร” อ้างเป็นข้อเขียนจาก “เลขาธิการสำนักงานศาล .. ” อีกครั้ง พร้อมอ้างชื่อ “เลขาธิการสำนักงานศาล .. ” อย่างชัดเจน พร้อมแนบ “นามบัตร” แนะนำตัว ระบุว่า
“เรียน ท่าน …. ที่เคารพ
พ.ต.ท.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก ขอรับการสนับสนุนแต่งตั้งเป็น ผกก. ตามประวัติและความประสงค์ที่แนบ เป็นเพื่อนสนิทหลานชายท่านประธานศาล.. .. และได้ช่วยดูแล การปฏิบัติภารกิจของท่านประธานฯ ในหลายโอกาส ท่านประธานศาล.. ..จึงขอความกรุณาท่าน …. (ส่งเอกสารผ่านท่านรอง ผบ.ตร. เอก อังสนานนท์) ช่วยพิจารณาสนับสนุนด้วยครับ
ขอแสดงความนับถือ
(ลายมือชื่อ)
(ชื่อ-สกุล)
(เลขาธิการสำนักงานศาล ..)
7 มค.57
โดยได้มีการแนบเอกสารประวัติการรับราชการ ต่างๆ ของบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างถึง ในท้ายหนังสือดังกล่าวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย !!
ซึ่งเมื่อตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่า ในส่วนของ “พ.ต.อ.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล” นั้นเพิ่งมีคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ รอง ผบก.-สว. ในสังกัด บช.น. ซึ่งออกมาเมื่อวันที่ 31 ม.ค.2557 ว่าได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายจาก รอง ผกก.ป.สน.หัวหมาก ไปเป็น ผกก.กก.ศูนย์รวมข่าว บก.สปพ. !!!

สต1

 

สต2

 

สต3

Related News

Share

About Author

mark